ประเมินค่าเสียหายแผ่นดินไหวเมียนมา 3.6 แสนล้านบาท สะเทือนเศรษฐกิจ
ประเมินค่าเสียหายแผ่นดินไหวเมียนมา 3.6 แสนล้านบาท

ธนาคารโลกได้เปิดเผยรายงานการประเมินความเสียหายเบื้องต้นจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 โดยระบุว่ามูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจอยู่ที่ประมาณ 1.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3.6 แสนล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 15 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพีของเมียนมา

รายละเอียดความเสียหาย

รายงานดังกล่าวได้รับการเผยแพร่เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 โดยระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 5 ล้านคน และสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ และเมืองสะกาย ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเขตสะกาย

ผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ

ความเสียหายที่เกิดขึ้นครอบคลุมหลายภาคส่วน ได้แก่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ที่อยู่อาศัย: บ้านเรือนกว่า 1.2 ล้านหลังได้รับความเสียหาย โดยกว่า 3 แสนหลังเสียหายทั้งหมด
  • โครงสร้างพื้นฐาน: ถนน สะพาน ระบบไฟฟ้า และระบบประปาได้รับความเสียหายอย่างหนัก
  • การศึกษา: โรงเรียนกว่า 5,000 แห่งได้รับความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อนักเรียนกว่า 1.5 ล้านคน
  • สาธารณสุข: โรงพยาบาลและสถานพยาบาลกว่า 200 แห่งได้รับความเสียหาย

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ

ธนาคารโลกระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของเมียนมาอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจีดีพีจะหดตัวลงร้อยละ 2-3 ในปีงบประมาณ 2568 นอกจากนี้ยังส่งผลให้อัตราความยากจนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากประชาชนจำนวนมากสูญเสียที่อยู่อาศัยและแหล่งทำมาหากิน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ภาคการผลิตและการเกษตรได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนัก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญของประเทศ นอกจากนี้ภาคการท่องเที่ยวซึ่งกำลังฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน

ความช่วยเหลือและการฟื้นฟู

ธนาคารโลกได้เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศให้ความช่วยเหลือเมียนมาในการฟื้นฟูประเทศ โดยประมาณการว่าต้องใช้เงินทุนอย่างน้อย 4-5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและที่อยู่อาศัย ทั้งนี้รัฐบาลเมียนมาได้ประกาศขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ และหลายประเทศได้ให้คำมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือแล้ว

อย่างไรก็ตาม ความไม่สงบทางการเมืองภายในประเทศอาจเป็นอุปสรรคต่อการให้ความช่วยเหลือและการฟื้นฟูประเทศ เนื่องจากกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์และรัฐบาลทหารยังคงมีความขัดแย้งกันอย่างต่อเนื่อง