ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาข่มขู่อิหร่านรอบใหม่ โดยระบุว่าสหรัฐฯ อาจกลับมาทิ้งระเบิดโจมตีอีกครั้ง และอาจ “เข้าควบคุม” ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญต่อการค้าพลังงานโลก หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้
ราคาน้ำมันพุ่งแรง หลังทรัมป์ขู่ยึดช่องแคบ
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้น 1.35% ไปอยู่ที่ 81.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐฯ (WTI) ปรับตัวขึ้น 2.4% ไปอยู่ที่ 77.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การปรับตัวขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) เมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐฯ อาจใช้มาตรการทางทหารเพื่อควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หากการเจรจากับอิหร่านไม่คืบหน้า
การเจรจาสหรัฐ-อิหร่านชะงัก ปมช่องแคบฮอร์มุซ
การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เข้าสู่ภาวะชะงักงันเมื่อวันอาทิตย์ จากประเด็นเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ ข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน และโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยว่า การเจรจาจะยังคงดำเนินต่อไป “ตลอดทั้งคืน” เพื่อหาทางออก
ทรัมป์ยังได้โยนหินถามทางเกี่ยวกับแนวคิดที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ หากไม่มีการทำข้อตกลงเกิดขึ้น ทั้งที่ในบันทึกความเข้าใจฉบับปัจจุบันระหว่างวอชิงตันและเตหะรานนั้น มีข้อผูกมัดร่วมกันว่าจะกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทางเป็นเวลา 60 วัน
อิหร่านขู่ปิดช่องแคบ สหรัฐฯ ตอบโต้
คำขู่ของทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่อิหร่านประกาศเมื่อวันเสาร์ว่าจะปิดช่องแคบดังกล่าว พร้อมกล่าวหาว่าสหรัฐฯ “ละเมิดสัญญาอย่างชัดเจน” ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกผันผวนอย่างหนัก
นางคาเรน ยัง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวในรายการ “Fareed Zakaria GPS” ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) เมื่อวันอาทิตย์ว่า หากการเจรจาประสบความสำเร็จและการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซกลับคืนสู่ระดับก่อนเกิดสงคราม ราคาน้ำมันก็อาจจะ “ดิ่งลงอย่างรุนแรง” เนื่องจากปริมาณน้ำมันจะไหลทะลักเข้าสู่ตลาด
ราคาน้ำมันหน้าปั๊มสหรัฐฯ ยังสูงกว่าก่อนสงคราม
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่ต่ำลงยังหมายถึงราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ถูกลงสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ชาวอเมริกันด้วย โดยข้อมูลจากสมาคมรถยนต์อเมริกัน (AAA) ระบุว่า ราคาน้ำมันเฉลี่ยต่อแกลลอนในสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์อยู่ที่ประมาณ 3.94 ดอลลาร์ ซึ่งลดลงเกือบ 14% จากเดือนก่อนหน้า ทว่ายังคงแพงกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามอยู่เกือบ 1 ดอลลาร์
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงตามความกังวล
ในขณะเดียวกัน ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส (Dow futures) ปรับตัวลดลง 0.4% ดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ส ลดลง 0.4% และดัชนี Nasdaq ฟิวเจอร์ส ปรับตัวลดลง 0.6% สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก



