สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ออกมาชี้แจงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่ไม่คุ้มครองเหตุการณ์กราดยิงในพื้นที่สาธารณะ โดยระบุว่าความคุ้มครองดังกล่าวขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุไว้ในแต่ละกรมธรรม์
คปภ.ย้ำความคุ้มครองขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์
คปภ. ระบุว่า ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจมีหลายประเภท เช่น ประกันชั้น 1, 2+, 2, 3+, 3 ซึ่งแต่ละประเภทมีความคุ้มครองแตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้วความเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์กราดยิงอาจไม่เข้าข่ายความคุ้มครองตามเงื่อนไขมาตรฐาน เนื่องจากถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดจากเจตนาร้ายหรือการก่ออาชญากรรม เว้นแต่จะมีการระบุไว้เป็นพิเศษในกรมธรรม์
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า “ผู้เอาประกันภัยควรศึกษารายละเอียดของกรมธรรม์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำประกัน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามจากตัวแทนหรือบริษัทประกันภัยโดยตรงได้”
ข้อแนะนำสำหรับผู้เอาประกันภัย
คปภ. แนะนำให้ผู้เอาประกันภัยตรวจสอบข้อยกเว้นความคุ้มครองในกรมธรรม์ของตน โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดจากการกระทำของบุคคลที่สาม เช่น การก่อความไม่สงบ การจลาจล หรือการก่อการร้าย ซึ่งมักถูกยกเว้นไว้ นอกจากนี้ยังแนะนำให้พิจารณาเลือกซื้อประกันภัยที่มีความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น ความคุ้มครองเหตุการณ์จากภัยก่อการร้าย หรือความคุ้มครองจากเหตุการณ์ความรุนแรง
ทั้งนี้ คปภ. ยังระบุว่ากรณีที่มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์กราดยิง จะต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามบริษัทประกันภัย
สถิติการเกิดเหตุกราดยิงในไทย
จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลกลางด้านอาชญากรรม พบว่าในปี 2566 ประเทศไทยมีเหตุการณ์กราดยิงในพื้นที่สาธารณะมากกว่า 10 ครั้ง ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าและสถานที่ท่องเที่ยว
การขาดความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์ในกรณีดังกล่าวทำให้เกิดข้อกังวลในหมู่ผู้บริโภค และเรียกร้องให้คปภ. ออกมาตรการที่ชัดเจนมากขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้เอาประกันภัย
แนวทางแก้ไขในอนาคต
คปภ. เปิดเผยว่าอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจให้ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่เกิดจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น การกราดยิง เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและเพิ่มความเชื่อมั่นในระบบประกันภัย
นอกจากนี้ คปภ. ยังมีแผนที่จะจัดทำแนวปฏิบัติสำหรับบริษัทประกันภัยในการพิจารณาความคุ้มครองเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเป็นธรรม และจะมีการประชุมร่วมกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อหารือแนวทางที่เหมาะสมต่อไป



