โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า การป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์มีความสำคัญเหนือกว่าความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากปฏิบัติการทางทหารที่ยืดเยื้อ รวมถึงความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะตกต่ำครั้งใหญ่
เมื่อวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว โดยถูกถามว่าเขาพร้อมที่จะเสี่ยงให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกด้วยการโจมตีอิหร่านหรือไม่ หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
ทรัมป์ชี้ภัยนิวเคลียร์รุนแรงกว่าเศรษฐกิจตกต่ำ
ทรัมป์ตอบว่า “อืม ไม่ใช่ในแบบที่ผมกำลังทำอยู่หรอก มันจะไม่ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแน่นอน” พร้อมย้ำว่าภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์นั้นน่ากังวลมากกว่า “ถ้าพวกเขาไม่ปฏิบัติตาม— เอาละ อาวุธนิวเคลียร์นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญเหนือกว่าภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ”
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำน่ะเป็นเรื่องที่แย่มากจริงๆ ... แต่อาวุธนิวเคลียร์จะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำได้รวดเร็วยิ่งกว่านั้นมาก”
ทางเลือกทางทหารยังคงอยู่
ทรัมป์ย้ำว่าสหรัฐฯ ยังคงมีทางเลือกในการดำเนินการทางทหาร หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง “ถ้าอิหร่านไม่ทำตามข้อตกลงของพวกเขา หรือถ้าพวกเขายังทำตัวไม่ดี ผมก็คงต้องทำในสิ่งที่ผมจำเป็นต้องทำ”
ถ้อยแถลงนี้สะท้อนถึงท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์ต่ออิหร่าน ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ได้ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 และใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ขณะที่อิหร่านก็เดินหน้าเพิ่มระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมจนใกล้ถึงระดับที่ใช้ผลิตอาวุธได้
ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าการเผชิญหน้าทางทหารอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดพลังงานโลกและเศรษฐกิจโดยรวม แต่อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันว่าความมั่นคงปลอดภัยจากนิวเคลียร์เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด



