เหตุเครื่องบินขนาดเล็กพุ่งชนตึกซิติก ทาวเวอร์ (CITIC Tower) ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 17:55 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้นักบินซึ่งเป็นผู้อยู่บนเครื่องเพียงคนเดียวเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 13 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อยู่ด้านล่างและถูกเศษซากปรักหักพังตกใส่
รายละเอียดเหตุการณ์
ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ส ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากรัฐบาลเขตเฉาหยาง ระบุว่า เครื่องบินดังกล่าวเป็นเครื่องบินขนาดเบาแบบเครื่องยนต์เดี่ยว 2 ที่นั่ง พุ่งชนอาคารสูงระฟ้าขณะบินอยู่ใกล้กับถนนวงแหวนรอบที่ 3 ฝั่งตะวันออกในเขตเฉาหยาง ซึ่งเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงปักกิ่ง
รัฐบาลเขตเฉาหยางแถลงว่า “มีผู้อยู่บนเครื่องเพียงคนเดียวคือนักบิน ซึ่งเสียชีวิตแล้ว” และยืนยันว่ามีผู้บาดเจ็บอีก 13 ราย โดยในจำนวนนี้มีอาการสาหัสหรือไม่นั้นยังไม่มีการเปิดเผย
การสืบสวนและมาตรการรักษาความปลอดภัย
เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนี้ และยังไม่แน่ชัดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากความตั้งใจหรือเป็นอุบัติเหตุ
ในวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ร่องรอยความเสียหายที่เกิดจากการพุ่งชนได้รับการนำแผ่นไม้มาปิดกั้นไว้ชั่วคราวแล้ว ขณะที่สำนักข่าวเดอะไทมส์ รอยเตอร์ และซีเอ็นเอ็น รายงานตรงกันว่า หลังเกิดเหตุ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานดับเพลิงจำนวนมากรุดมายังบริเวณรอบอาคารอย่างหนาแน่น
การควบคุมสถานที่และคำสั่งลบภาพ
สำนักข่าวเอ็นบีซี นิวส์ (NBC News) รายงานว่า ในระหว่างที่ตำรวจกำลังกันผู้คนให้ออกห่างจากจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ยังได้ห้ามไม่ให้ผู้เห็นเหตุการณ์ถ่ายภาพ และขอความร่วมมือให้ผู้อื่นลบภาพถ่ายที่บันทึกไว้ด้วย
พนักงานไปรษณีย์ที่ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ยอมรับว่า เขาสามารถบันทึกวิดีโอตอนที่เครื่องบินคาอยู่กับตัวตึกไว้ได้ แต่ในเวลาต่อมาได้ตัดสินใจลบออกเนื่องจากเกรงว่าจะถูกตำรวจจับกุม นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งได้สั่งให้ผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ออกจากพื้นที่เกิดเหตุด้วย
ทางการจีนยังคงปิดบังรายละเอียดบางประการ ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสในการสืบสวนครั้งนี้ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ต่างวิตกกังวลถึงความปลอดภัยของอาคารสูงในย่านธุรกิจ



