รัสเซียได้ตัดสินใจยกเลิกข้อตกลงส่งมอบเครื่องบินรบซู-35 ให้กับอิหร่าน ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับรัฐบาลเตหะราน ตามรายงานของสำนักข่าว Mehr ของอิหร่านที่อ้างแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงการต่างประเทศ
สาเหตุการยกเลิกข้อตกลง
แหล่งข่าวระบุว่ารัสเซียแจ้งยกเลิกข้อตกลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 โดยให้เหตุผลว่ามีอุปสรรคทางเทคนิคและการผลิต ทำให้ไม่สามารถส่งมอบเครื่องบินตามกำหนดได้ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงมองว่าเป็นเพราะแรงกดดันจากชาติตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่ไม่ต้องการให้อิหร่านมีขีดความสามารถทางอากาศที่ทันสมัย
ข้อตกลงดังกล่าวมีมูลค่าราว 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมเครื่องบินซู-35 จำนวน 24 ลำ ซึ่งอิหร่านหวังจะนำมาใช้ทดแทนฝูงบินรุ่นเก่าที่มีอายุการใช้งานนานหลายสิบปี
ปฏิกิริยาจากอิหร่าน
รัฐบาลอิหร่านแสดงความผิดหวังอย่างยิ่ง โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นัสเซอร์ คานานี กล่าวว่า "การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการละเมิดความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ และจะส่งผลกระทบต่อความร่วมมือทางทหารในอนาคต" ขณะที่สมาชิกรัฐสภาบางคนเรียกร้องให้ทบทวนความสัมพันธ์กับรัสเซียทั้งหมด
สื่ออิหร่านรายงานว่าเตหะรานกำลังพิจารณามาตรการตอบโต้ ซึ่งอาจรวมถึงการลดระดับความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศ เช่น กลุ่มโอเปกพลัส และการชะลอโครงการร่วมด้านพลังงาน
ผลกระทบต่อสมดุลอำนาจในภูมิภาค
การยกเลิกข้อตกลงครั้งนี้ส่งผลให้อิหร่านต้องหันไปหาแหล่งอาวุธอื่น โดยเฉพาะจีน ซึ่งมีเครื่องบินรบเจ-10ซี ที่มีสมรรถนะใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ อิหร่านยังอาจเร่งพัฒนาโครงการขีปนาวุธและโดรนของตนเองเพื่อชดเชยขีดความสามารถทางอากาศที่ลดลง
ผู้วิเคราะห์มองว่าการกระทำของรัสเซียอาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างมอสโกและเตหะรานเสื่อมถอยลง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ต้องการจำกัดอิทธิพลของอิหร่านในตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน รัสเซียพยายามลดความเสียหาย โดยเสนอขายระบบป้องกันภัยทางอากาศเอส-400 ให้อิหร่านแทน แต่เตหะรานยังไม่ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว



