สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19 นาฬิกา 48 นาที ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษา 47 ปี แถลงการณ์จากสำนักพระราชวังเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลา 07:26 น. ประกาศข่าวนี้สร้างความโศกเศร้าแก่พสกนิกรทั่วประเทศ
เจ้าฟ้านักอนุรักษ์ ผู้ทรงงานเคียงข้างธรรมชาติ
พระองค์ทรงเป็นที่รู้จักในฐานะ "เจ้าฟ้านักอนุรักษ์" ทรงทุ่มเทพระวรกายในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่า ตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนเติบใหญ่ ทรงพระดำเนินด้วยรองเท้าผ้าใบและสะพายเป้ เสด็จไปยังอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดน่าน เชียงใหม่ ภูกระดึง ภูหินร่องกล้า ทุ่งใหญ่นเรศวร ผาแต้ม แก่งกระจาน และตะรุเตา ทรงศึกษาธรรมชาติอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเองกับชาวบ้าน
โครงการร้อยใจรักษ์ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ
พระองค์ทรงก่อตั้ง "โครงการร้อยใจรักษ์" ในพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกทำลายป่า ยาเสพติด และหมอกควันไฟป่า โดยทรงน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการ "สืบสาน รักษา และต่อยอด" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาผสานกับแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเน้นแก้ปัญหาความยากจนเป็นต้นเหตุ หากราษฎรมีอาชีพและกินดีอยู่ดี ก็จะไม่ทำลายป่า ทรงส่งเสริมให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับราษฎรสร้าง "ฝายอนุรักษ์" และ "บ่อพวงสันเขา" ตามรอยพระยุคลบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อเก็บกักความชุ่มชื้นให้ป่าต้นน้ำ นอกจากนี้ ทรงนำเทคโนโลยี 5G และโดรนมาช่วยในการเกษตร ทรงส่งเสริมการปลูกเห็ดใต้ป่าเพื่อสร้างรายได้ และทรงกำชับให้ราษฎร "งดการเผาโดยเด็ดขาด" ทรงผลักดันให้เกิด "กองทุนไฟป่าครอบคลุม 24 หมู่บ้าน" และพระราชทานอุปกรณ์ดับไฟป่า โดยทรงร่วมทดลองใช้อุปกรณ์ด้วยพระองค์เอง
โครงการพัฒนาชุมชนในทุ่งใหญ่นเรศวร
พระองค์เสด็จไปทรงงานในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ภายใต้ "โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี" เพื่อช่วยเหลือราษฎรชาวไทยภูเขาในพื้นที่ห่างไกล ทรงขับเคลื่อนโครงการจนเกิดเป็น "มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์" แก้ปัญหาด้านคมนาคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ มีการพัฒนาเส้นทางสัญจรจากหน่วยพิทักษ์ป่าตะเคียนทองถึงบ้านสาละวะและบ้านไล่โว่ ระยะทาง 22 กิโลเมตร ใช้สัญจรได้ตลอดทั้งปี ด้านสิ่งแวดล้อมส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ด้านเศรษฐกิจส่งเสริมอาชีพและรายได้ ความช่วยเหลือยังขยายไปยังบ้านทิไล่ป้าและบ้านปางสนุก
โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ แก้ปัญหาช้างป่า
พระองค์ทรงก่อตั้ง "โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์" ซึ่งมีความหมายว่า "น้ำทิพย์รักษาช้างให้แข็งแกร่งยืนยงดุจเพชร" เพื่อจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างยั่งยืน ในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี เนื้อที่กว่า 1,644,531 ไร่ พระองค์ทรง "เดินเข้าหาปัญหา" ด้วยพระองค์เอง เสด็จลงพื้นที่ติดตามงานถึง 7 ครั้ง ทรงสำรวจข้อมูลในพื้นที่จริง รับฟังเสียงชาวบ้าน ทรงติดตามการสร้างแหล่งน้ำและแหล่งอาหารในป่าลึกเพื่อดึงช้างกลับสู่บ้าน ทรงติดตามระบบความปลอดภัยของชุมชนและการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเฝ้าระวัง รวมถึงการฟื้นฟูป่าและการพัฒนาอาชีพ โครงการนี้กลายเป็นโมเดลต้นแบบระดับประเทศ
โครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ
พระองค์ทรงนำมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมมือกับ 7 องค์กร ได้แก่ กสทช., กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กรมป่าไม้, กรมการปกครอง, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ดำเนิน "โครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติเพื่อตรวจวัดข้อมูลภูมิอากาศปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำในพื้นที่ป่าต้นน้ำ" เพื่อเฝ้าระวังป้องกันอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ช่วยลดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
พระกรณียกิจด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของพระองค์ประจักษ์ชัดถึงพระวิริยะอุตสาหะ สะท้อนพระมหากรุณาธิคุณและพระบารมีที่แผ่ไพศาล ประดุจร่มเงาใหญ่คอยปกป้องผืนป่า สัตว์ป่า และบำรุงสิ่งแวดล้อม ตลอดจนให้ความร่มเย็นแก่หัวใจของพสกนิกร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา "เจ้าฟ้านักอนุรักษ์" ผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อปวงประชา จะสถิตย์ในหัวใจลูกหลานไทยตลอดไป



