ยอดผู้เสียชีวิตแผ่นดินไหวเมียนมาพุ่ง 3,354 ราย มีผู้บาดเจ็บกว่า 4,500 คน
ยอดตายแผ่นดินไหวเมียนมาพุ่ง 3,354 ราย บาดเจ็บ 4,500

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในประเทศเมียนมาเพิ่มขึ้นเป็น 3,354 รายแล้ว ขณะที่ผู้บาดเจ็บมีจำนวน 4,508 ราย และยังคงมีผู้สูญหายอีก 220 ราย ตัวเลขดังกล่าวได้รับการยืนยันจากรัฐบาลทหารเมียนมาเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นเวลา 9 วันหลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา

ปฏิบัติการกู้ภัยยังคงดำเนินต่อเนื่อง

ทีมกู้ภัยทั้งในและต่างประเทศยังคงเร่งปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตภายใต้ซากอาคารถล่ม โดยเฉพาะในเมืองมัณฑะเลย์และเนปยีดอ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องจักรหนักและสุนัขดมกลิ่นเพื่อค้นหาผู้ที่อาจยังมีชีวิตอยู่ท่ามกลางเศษซากอาคาร

ทางการเมียนมารายงานว่า มีอาคารบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหายมากกว่า 10,000 หลัง ถนนหลายสายถูกตัดขาดเนื่องจากดินถล่มและรอยแยกขนาดใหญ่ ทำให้การเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความช่วยเหลือจากนานาชาติ

หลายประเทศรวมถึงจีน รัสเซีย อินเดีย และไทย ได้ส่งทีมกู้ภัยและสิ่งของบรรเทาทุกข์มายังเมียนมา องค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือด้านการแพทย์ น้ำดื่มสะอาด และที่พักพิงชั่วคราวอย่างเร่งด่วน เนื่องจากผู้ประสบภัยจำนวนมากต้องอาศัยอยู่กลางแจ้งท่ามกลางอากาศร้อน

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า “เรากำลังประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่เส้นทางคมนาคมที่เสียหายเป็นอุปสรรคสำคัญ”

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบด้านมนุษยธรรมและเศรษฐกิจ

แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดในเมียนมาในรอบหลายทศวรรษ สร้างความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยเฉพาะไฟฟ้าและน้ำประปาที่ถูกตัดขาดในหลายพื้นที่ โรงเรียนและโรงพยาบาลหลายแห่งไม่สามารถเปิดให้บริการได้

ด้านเศรษฐกิจ คาดว่ามูลค่าความเสียหายอาจสูงถึงหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ รัฐบาลเมียนมาประกาศขอความช่วยเหลือจากประชาคมระหว่างประเทศเพิ่มเติม

สถานการณ์ล่าสุดและการเตือนภัย

สำนักงานธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า เกิดอาฟเตอร์ช็อกมากกว่า 200 ครั้งนับตั้งแต่แผ่นดินไหวหลัก โดยมีขนาดสูงสุดถึง 5.1 ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนที่ยังคงอาศัยในพื้นที่เสี่ยง เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงอาคารที่ชำรุดและเตรียมพร้อมสำหรับอาฟเตอร์ช็อกที่อาจเกิดขึ้นอีก

รัฐบาลเมียนมาแถลงว่า ยังคงเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกพื้นที่อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีกเมื่อทีมกู้ภัยสามารถเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลได้มากขึ้น