การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ซึ่งใช้เวลาถึง 3 วันเต็ม ได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มีนาคม 2568 โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้แสดงจุดยืนอย่างเต็มที่ ก่อนจะมีการลงมติในวันที่ 24 มีนาคมนี้
ฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอก 4 เรื่องหลัก
นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ 4 เรื่อง ได้แก่ การแต่งตั้งข้าราชการการเมืองโดยมิชอบ การบริหารราชการที่ขาดธรรมาภิบาล การไม่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และการทำลายหลักนิติธรรม โดยเฉพาะกรณีการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นข้าราชการการเมือง ซึ่ง ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดแล้ว
“เรามีหลักฐานชัดเจนว่านายกฯ เศรษฐา ละเลยข้อกฎหมายและแต่งตั้งบุคคลที่มีปัญหาจริยธรรมเข้ามาทำงานในตำแหน่งสำคัญ ถือเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ” นายชัยธวัธ กล่าว
นายกฯ ยืนยันบริสุทธิ์ พร้อมชี้แจงทุกข้อกล่าวหา
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ ว่า ตนได้ดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนของกฎหมาย และยืนยันว่าการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองทุกตำแหน่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยเฉพาะกรณีของนายพิชิตนั้น ยังไม่ถึงที่สุดเนื่องจากอยู่ระหว่างการอุทธรณ์
“ผมขอเรียนว่าไม่เคยมีเจตนาที่จะกระทำผิด กฎหมายเปิดช่องให้แต่งตั้งได้ และที่ผ่านมาผมก็ทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างเต็มที่ การอภิปรายครั้งนี้เป็นกระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใส” นายเศรษฐา กล่าว
ตัวเลขคาดการณ์ผลโหวต ฝ่ายค้านหวังพลิกเกม
จากข้อมูลของฝ่ายค้าน พบว่ามี สส. ที่แน่ชัดว่าจะลงมติไม่ไว้วางใจจำนวน 182 เสียง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงสนับสนุน 210 เสียง และยังมีเสียงของ สส. อิสระอีก 8 เสียง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยชี้ขาด หากฝ่ายค้านสามารถโน้มน้าวให้ สส. อิสระและบางส่วนของรัฐบาลเปลี่ยนใจได้ ก็อาจทำให้คะแนนไม่ไว้วางใจเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ ซึ่งอยู่ที่ 240 เสียง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าโอกาสที่รัฐบาลจะรอดจากการลงมติมีสูง เนื่องจากเสียงข้างมากในสภายังคงหนาแน่น แต่ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนอาจเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข
ป.ป.ช. ชี้มูลกรณีพิชิต กระทบภาพลักษณ์รัฐบาล
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายพิชิต ชื่นบาน กรณีแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมืองโดยมิชอบ ทำให้เกิดกระแสกดดันให้นายกฯ ต้องรับผิดชอบทางการเมือง แต่นายเศรษฐา ยังคงยืนยันว่าจะไม่ลาออก และพร้อมจะชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญหากมีการยื่นตีความ
นายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ผมพร้อมรับผิดชอบทุกการกระทำ แต่ขอให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามปกติ การที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ขอให้ฟังข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน”
บทสรุปและผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล
การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ที่เพิ่งบริหารประเทศมาได้ไม่ถึง 2 ปี แม้คาดว่ารัฐบาลจะรอดจากการลงมติ แต่แรงกระเพื่อมทางการเมืองอาจส่งผลต่อการทำงานในระยะยาว โดยเฉพาะกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยการกระทำของนายกฯ
ด้านนายกฯ กล่าวปิดท้ายว่า “ขอให้ทุกคนรอผลการลงมติในวันพรุ่งนี้ ผมเชื่อว่าความจริงจะปรากฏ และประเทศชาติจะเดินหน้าต่อไป”



