ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในประเทศเมียนมาได้พุ่งสูงถึง 3,000 รายแล้ว ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นที่อ้างอิงข้อมูลจากคณะกรรมการบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติเมียนมาเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2568 โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา
ความเสียหายและความท้าทายในการกู้ภัย
แผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะในเมืองมัณฑะเลย์และเนปิดอว์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารที่พังถล่ม ขณะที่จำนวนผู้บาดเจ็บมีมากกว่า 4,500 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก
นายกรัฐมนตรีมิน อ่อง หล่าย ของเมียนมาได้ประกาศให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นเขตภัยพิบัติ และขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ โดยองค์การสหประชาชาติและหลายประเทศได้ตอบรับและส่งทีมกู้ภัยและสิ่งของบรรเทาทุกข์มายังเมียนมาแล้ว
สาเหตุและผลกระทบทางธรณีวิทยา
ตามข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนสะกาย ซึ่งเป็นรอยเลื่อนหลักที่พาดผ่านตอนกลางของเมียนมา โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ความลึกเพียง 10 กิโลเมตร ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนรุนแรงและสร้างความเสียหายในวงกว้าง
แผ่นดินไหวครั้งนี้ยังส่งผลให้เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง โดยมีขนาดสูงสุดถึง 6.4 ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน
ความช่วยเหลือจากนานาชาติ
องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้การสนับสนุนทางการเงินและส่งทีมกู้ภัยฉุกเฉินมายังเมียนมา ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยและอินเดียได้ส่งทีมแพทย์และสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังพื้นที่ประสบภัยแล้ว อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงพื้นที่บางส่วนยังคงเป็นอุปสรรคเนื่องจากถนนเสียหายและสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย
เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต โดยคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีกในวันข้างหน้า เนื่องจากยังมีผู้สูญหายจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการติดต่อ



