ภูเขาไฟคัมเบรบิเอฆา (Cumbre Vieja) บนเกาะลาปาลมา (La Palma) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะคานารีของสเปน ได้เกิดการระเบิดครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มปะทุเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา โดยการระเบิดครั้งนี้ทำให้ลาวาไหลลงสู่ทะเลเป็นครั้งแรก ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันและไอน้ำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
รายละเอียดการปะทุครั้งรุนแรง
สถาบันธรณีวิทยาแห่งชาติสเปน (IGN) รายงานว่า การระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีแรงสั่นสะเทือนระดับ 3.8 แมกนิจูด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ภูเขาไฟเริ่มปะทุ ลาวาที่พุ่งออกมามีความเร็วสูงและไหลลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติกที่บริเวณชายฝั่งทางตะวันตกของเกาะ ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างลาวาที่ร้อนจัดกับน้ำทะเล ทำให้เกิดกลุ่มควันหนาทึบและไอน้ำกระจายเป็นบริเวณกว้าง
ทางการท้องถิ่นได้ประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงให้อพยพออกจากเขตอันตราย โดยเฉพาะในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ปากปล่องภูเขาไฟและแนวลาวาไหล มีรายงานว่าประชาชนหลายพันคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน ขณะที่ทางการได้ปิดถนนหลายสายและสั่งห้ามเข้าใกล้พื้นที่เกิดเหตุ
ผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน
นับตั้งแต่ภูเขาไฟปะทุเมื่อวันที่ 19 กันยายน ลาวาได้ทำลายบ้านเรือนไปแล้วกว่า 400 หลัง และพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 200 เฮกตาร์ โดยเฉพาะสวนกล้วยซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของเกาะ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล นอกจากนี้ ลาวาที่ไหลลงทะเลยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลในบริเวณใกล้เคียง
นายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ได้เดินทางไปยังเกาะลาปาลมาเพื่อติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจประชาชน โดยรัฐบาลได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตภัยพิบัติ และจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้นมูลค่า 10.5 ล้านยูโร (ประมาณ 400 ล้านบาท) พร้อมกับมาตรการเยียวยาระยะยาว
การพยากรณ์และเฝ้าระวัง
นักธรณีวิทยาคาดการณ์ว่าการปะทุของภูเขาไฟคัมเบรบิเอฆาอาจดำเนินต่อไปอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน เนื่องจากยังมีแมกมาสะสมตัวอยู่ใต้ภูเขาไฟจำนวนมาก IGN ได้ติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดแผ่นดินไหวและก๊าซพิษเพิ่มเติมเพื่อเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของภูเขาไฟอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังเถ้าถ่านและก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ
ทั้งนี้ ภูเขาไฟคัมเบรบิเอฆาเคยปะทุครั้งล่าสุดเมื่อปี ค.ศ. 1971 ก่อนที่จะสงบเงียบมานานถึง 50 ปี การปะทุในครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับเกาะลาปาลมา ซึ่งมีประชากรประมาณ 85,000 คน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของสเปน



