นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลงานของรัฐบาลในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำถึงความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน การปราบปรามการทุจริต และการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 นายกฯ กล่าวว่ารัฐบาลได้ดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
มาตรการแก้หนี้สินและปราบปรามทุจริต
นายกฯ เศรษฐา เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินโดยเฉพาะหนี้นอกระบบ โดยมีการจัดตั้งศูนย์แก้หนี้ทั่วประเทศ และสามารถช่วยเหลือประชาชนได้กว่า 1.2 ล้านราย พร้อมทั้งดำเนินคดีกับเจ้าหนี้ที่ผิดกฎหมายกว่า 500 ราย นอกจากนี้ยังมีการปราบปรามการทุจริตในหน่วยงานรัฐ โดยมีการสอบสวนและดำเนินคดีกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตกว่า 200 คดี
โครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท
นายกฯ ยังได้ประกาศเปิดตัวโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งจะแจกเงิน 10,000 บาทให้แก่ประชาชนทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน โดยใช้งบประมาณกว่า 5 แสนล้านบาท นายกฯ กล่าวว่า "โครงการนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ ช่วยให้ประชาชนมีเงินทุนหมุนเวียนในการใช้จ่ายและสร้างรายได้"
การฟื้นฟูเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น
นายกฯ เศรษฐา ระบุว่ารัฐบาลได้ดำเนินนโยบายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างประเทศ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2566 เพิ่มขึ้นกว่า 20 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการเจรจาการค้าเสรีกับหลายประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า นายกฯ กล่าวว่า "รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและประชาชน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน"
ความท้าทายและแผนงานในอนาคต
นายกฯ ยอมรับว่ารัฐบาลยังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เช่น ปัญหาหนี้สาธารณะที่สูงถึง 60% ของ GDP และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แต่รัฐบาลมีแผนงานที่ชัดเจนในการบริหารจัดการ โดยเน้นการเพิ่มรายได้ของประเทศและการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น นายกฯ กล่าวว่า "เราจะเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง เพื่อให้ประเทศไทยก้าวพ้นวิกฤตและกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง"



