กองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศทั้งในฉนวนกาซาและเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20 ราย รวมถึงเด็ก และผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวอัลจาซีรา ขณะที่กลุ่มฮามาสและฮิซบอลเลาะห์ต่างประณามอิสราเอลว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างรุนแรง
การโจมตีในกาซาคร่าชีวิตผู้สื่อข่าวอัลจาซีรา
การโจมตีทางอากาศของกองทัพอิสราเอลในฉนวนกาซา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย โดยหนึ่งในนั้นคือ นายอาห์เหม็ด วิชาห์ ผู้สื่อข่าวและช่างภาพของสำนักข่าวอัลจาซีรา ซึ่งเสียชีวิตพร้อมกับบุคคลอื่นอีก 2 ราย จากการโจมตีบ้านพักในค่ายผู้ลี้ภัยบูเรจ ทางตอนกลางของกาซา นายอาห์เหม็ดนับเป็นสมาชิกล่าสุดของครอบครัววิชาห์ที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับสงคราม หลังจากนายโมฮาเหม็ด พี่ชายของเขาซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวอัลจาซีราเช่นกัน เพิ่งถูกสังหารไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
สำนักข่าวอัลจาซีราได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของอิสราเอลอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นการก่ออาชญากรรมที่สะท้อนถึงนโยบายที่เป็นระบบของอิสราเอลในการพุ่งเป้าสังหารสื่อมวลชนเพื่อ "ปิดปากความจริง" อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมอ้างว่านายอาห์เหม็ดและผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย เป็นผู้ก่อการร้ายในปีกกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฮามาส โดยทำหน้าที่เป็นพลซุ่มยิงที่มีแผนโจมตีทหารอิสราเอล แต่ทาง IDF ไม่ได้นำหลักฐานใดๆ มาแสดงต่อสาธารณะ
นอกจากนี้ ในย่านซาบรา ของเมืองกาซาซิตี้ ยังเกิดเหตุโจมตีบ้านพักในช่วงกลางดึก ส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวหนึ่งเสียชีวิตทันที 4 ราย ในจำนวนนี้รวมถึงผู้หญิงและเด็กอีก 2 คน
ยอดผู้เสียชีวิตในกาซาพุ่งสูงกว่า 73,000 ราย
กระทรวงสาธารณสุขในกาซาเปิดเผยว่า นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาสมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว กองทัพอิสราเอลได้สังหารผู้คนในกาซาไปแล้วถึง 1,007 ราย และหากนับรวมตั้งแต่ชนวนเหตุวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ที่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอล คร่าชีวิตไป 1,200 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมในกาซาพุ่งสูงกว่า 73,000 ราย
นายทอม เฟลตเชอร์ หัวหน้าหน่วยงานบรรเทาทุกข์ส่วนภูมิภาคของสหประชาชาติ แถลงต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า แม้ข้อตกลงหยุดยิงจะส่งผลให้มีรถขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าไปในพื้นที่มากขึ้น จนทำให้อัตราครัวเรือนที่ต้องอดมื้อกินมื้อลดลงจากร้อยละ 92 เหลือร้อยละ 36 อย่างไรก็ตาม ประชากรกว่าร้อยละ 70 ในกาซายังคงขาดแคลนที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม ระบบสุขาภิบาลเสื่อมโทรมขั้นรุนแรง และบริการขั้นพื้นฐานกำลังเผชิญภาวะล่มสลาย ประชาชนชาวปาเลสไตน์ยังคงถูกพรากสิทธิขั้นพื้นฐาน ทั้งความปลอดภัย ที่พักพิง น้ำสะอาด และการสาธารณสุข
ขณะเดียวกัน เงื่อนไขภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่กำหนดให้กลุ่มฮามาสต้องปลดอาวุธและยุติบทบาทการบริหารในกาซานั้นยังไม่เกิดขึ้น โดยในปัจจุบันได้มีการจัดตั้ง "คณะกรรมการสันติภาพ" ซึ่งประกอบด้วยนักการทูตต่างชาติเข้ามาดูแลคณะกรรมการเทคโนแครตที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองเพื่อบริหารกาซาแทน ด้านนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่าได้สั่งการให้กองทัพขยายพื้นที่ควบคุมในกาซาให้ครอบคลุมถึงร้อยละ 70 ของพื้นที่ แม้ว่าข้อตกลงจะระบุว่าอิสราเอลจะไม่เข้ายึดครองและต้องทยอยส่งคืนพื้นที่ก็ตาม
เลบานอนเดือด! โดรนและอากาศยานถล่มดับ 20 ราย
สถานการณ์ทางฝั่งเลบานอนกลับมาตึงเครียดหนักเช่นกัน สำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน (NNA) รายงานว่า การโจมตีทางอากาศและโดรนของอิสราเอลในพื้นที่ทางตอนใต้และหุบเขาเบกา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย หลังจากข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เพิ่งมีผลบังคับใช้ไปได้เพียงวันเดียว
ที่เมืองบาริช ขีปนาวุธของอิสราเอลถล่มอาคารที่พักอาศัย 3 ชั้น ส่งผลให้พ่อ แม่ และลูกอีก 2 คนเสียชีวิต นอกจากนี้ กองทัพเลบานอนยังแถลงว่า มีทหารเลบานอนเสียชีวิต 1 นายจากการโจมตีบนถนนสายคฟาร์รูมัน-นาบาตีเย รวมถึงอาคารธนาคารกลางเลบานอนสาขานาบาตีเยก็ถูกระเบิดทำลายจนพังเสียหายยับเยิน
กองทัพอิสราเอลออกมายอมรับว่าได้ทำการโจมตีจริง แต่ระบุว่าเป็นมาตรการตอบโต้เชิงรับ หลังจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธกว่า 50 ลูกข้ามพรมแดนเข้าใส่กองทัพอิสราเอลในเลบานอนตอนใต้ในช่วงข้ามคืน นอกจากนี้ อิสราเอลยังเปิดเผยว่ามีทหารของตนเสียชีวิต 5 นายในการปะทะตลอด 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา พร้อมเน้นย้ำว่าการคงกำลังทหารใน "เขตความมั่นคง" มีวัตถุประสงค์เพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานของฮิซบอลเลาะห์ ไม่ใช่การทำร้ายพลเรือน
ฮิซบอลเลาะห์ชี้อิสราเอลละเมิดหยุดยิงก่อนหลายร้อยครั้ง
ทางด้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ออกมาปฏิเสธและกล่าวหาอิสราเอลว่า เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อนหลายร้อยครั้ง โดยระบุว่าทหารอิสราเอลพยายามบุกรุกเข้าสู่พื้นที่เนินเขาอาลี อัล-ตาเฮอร์ ในเลบานอนตอนใต้ ทำให้กองกำลังฮิซบอลเลาะห์ต้องทำการยิงสกัด และเตือนว่าการโจมตีของอิสราเอลจะ "ไม่ผ่านไปโดยไม่มีการตอบโต้" พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ กดดันอิสราเอลให้หยุดการกระทำดังกล่าว ทั้งนี้ แกนนำระดับสูงของเฮซบอลลาห์ย้ำว่า การจับอาวุธต่อต้านยังคงเป็นสิ่งชอบธรรมตราบใดที่ทหารอิสราเอลยังไม่ออกจากดินแดนเลบานอน
กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมเป็นต้นมา มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลแล้วถึง 4,057 ราย ขณะที่ฝั่งอิสราเอลมีรายงานทหารเสียชีวิตอย่างน้อย 32 นาย และพลเรือน 4 ราย
ความรุนแรงที่ปะทุขึ้นใหม่นี้สร้างความกังวลอย่างมากต่อประชาคมโลก เนื่องจากอาจส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงรวมถึงความเข้าใจร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เพิ่งประกาศไปในสัปดาห์นี้ต้องพังทลายลง ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวตั้งเป้าที่จะหยุดยิงอย่างถาวรในทุกพื้นที่แนวหน้า รวมถึงในเลบานอน แต่อิสราเอลซึ่งไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาโดยตรงยังคงแสดงท่าทีคัดค้านเงื่อนไขบางประการที่อาจจำกัดปฏิบัติการทางทหารของตน



