อิหร่านจี้ฟีฟ่าแบนอิสราเอลพ้นฟุตบอลโลก
อิหร่านจี้ฟีฟ่าแบนอิสราเอลพ้นฟุตบอลโลก

สหพันธ์ฟุตบอลอิหร่าน (FFIRI) ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการถึงสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เพื่อเรียกร้องให้มีการแบนทีมชาติอิสราเอลออกจากการแข่งขันฟุตบอลโลก ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในฉนวนกาซาที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยหนังสือดังกล่าวถูกส่งถึงประธานฟีฟ่า จานนี อินฟานติโน เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา

เหตุผลในการยื่นคำร้อง

ในจดหมาย FFIRI ระบุว่าการกระทำของอิสราเอลในปาเลสไตน์ โดยเฉพาะในกาซา ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และขัดต่อกฎบัตรและหลักการของฟีฟ่า อิหร่านอ้างถึงมติของสหประชาชาติที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรายงานจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ที่ชี้ให้เห็นถึงการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

“ในฐานะสมาชิกของฟีฟ่า เรามีหน้าที่ต้องปกป้องคุณค่าของกีฬาและมนุษยธรรม การปล่อยให้อิสราเอลเข้าร่วมแข่งขันภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ถือเป็นการยอมรับการละเมิดสิทธิมนุษยชน” ข้อความในจดหมายระบุ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ท่าทีของฟีฟ่าและนานาชาติ

ฟีฟ่ายังไม่มีคำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อเรียกร้องของอิหร่าน แต่ก่อนหน้านี้ฟีฟ่าเคยถูกกดดันจากหลายชาติอาหรับและมุสลิมให้ดำเนินการกับอิสราเอลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในปาเลสไตน์ อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่ามักยึดหลักการไม่นำการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับกีฬา

ด้านสมาคมฟุตบอลอิสราเอล (IFA) ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าอิสราเอลเป็นชาติที่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และการกีฬาควรเป็นเรื่องของความสามัคคี ไม่ใช่เครื่องมือทางการเมือง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อฟุตบอลโลก

หากฟีฟ่าตัดสินใจแบนอิสราเอล จะส่งผลกระทบต่อการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโกเป็นเจ้าภาพร่วม โดยอิสราเอลกำลังอยู่ในเส้นทางการคัดเลือก โซนยุโรป (ยูฟ่า) ซึ่งการแบนจะทำให้พวกเขาต้องยุติเส้นทางดังกล่าวทันที

นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของอิหร่านยังอาจสร้างแรงกดดันให้ชาติอื่นๆ ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือดำเนินการคล้ายกัน ซึ่งอาจนำไปสู่การแตกแยกในวงการฟุตบอลโลก

ประวัติศาสตร์ความขัดแย้ง

อิหร่านและอิสราเอลไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกันมาตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979 และทั้งสองประเทศมักใช้เวทีกีฬาเป็นเครื่องมือแสดงจุดยืนทางการเมือง ตัวอย่างเช่น ทีมชาติอิหร่านเคยปฏิเสธที่จะแข่งขันกับอิสราเอลในกีฬาโอลิมปิกและรายการอื่นๆ

ในอดีต ฟีฟ่าเคยสั่งแบนยูโกสลาเวียและอิรักจากฟุตบอลโลกด้วยเหตุผลทางการเมือง แต่การแบนอิสราเอลจะเป็นครั้งแรกที่มีสาเหตุจากความขัดแย้งในปาเลสไตน์โดยตรง

ข้อสรุป

การยื่นหนังสือของอิหร่านครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่จะใช้กีฬาเป็นเวทีต่อสู้ทางการเมือง ขณะที่ฟีฟ่าต้องชั่งน้ำหนักระหว่างหลักการไม่นำการเมืองมาเกี่ยวข้องกับกีฬา กับแรงกดดันจากชาติสมาชิกที่ต้องการให้ลงโทษอิสราเอล ผลการตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของฟีฟ่าและอนาคตของฟุตบอลโลกในระยะยาว