กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ประเทศไทยพบผู้เสียชีวิตจากโรคฝีดาษลิง (Monkeypox) เป็นรายแรกของประเทศ ผู้ป่วยเป็นชายไทยอายุ 34 ปี มีประวัติติดเชื้อเอชไอวีร่วมด้วย และมีโรคประจำตัวหลายโรค ได้แก่ โรคซิฟิลิส โรคเริม และโรคเบาหวาน โดยผู้ป่วยเสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา
รายละเอียดผู้ป่วยและอาการ
นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ผู้ป่วยรายนี้เริ่มมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และมีผื่นตุ่มน้ำตามร่างกาย ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2567 ต่อมาได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 โดยแพทย์ตรวจพบตุ่มฝีดาษลิงที่บริเวณอวัยวะเพศและลำตัว ประกอบกับผลตรวจยืนยันพบเชื้อฝีดาษลิงและเชื้อเอชไอวี
ผู้ป่วยมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงมาก่อน และมีประวัติมีเพศสัมพันธ์กับชายด้วยกัน แพทย์ให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสฝีดาษลิง (Tecovirimat) ร่วมกับยาต้านไวรัสเอชไอวี แต่อาการของผู้ป่วยทรุดลงเรื่อยๆ เนื่องจากมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องจากเชื้อเอชไอวีและโรคประจำตัวอื่นๆ ส่งผลให้การติดเชื้อฝีดาษลิงรุนแรงและลุกลามอย่างรวดเร็ว
สถิติและสถานการณ์ปัจจุบัน
จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 ถึงวันที่ 11 สิงหาคม 2567 ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงสะสมรวมทั้งสิ้น 807 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย (ร้อยละ 95) อายุระหว่าง 20-40 ปี และมีประวัติมีเพศสัมพันธ์กับชายด้วยกัน สำหรับผู้ป่วยที่เสียชีวิตรายนี้เป็นรายแรกของประเทศที่เสียชีวิตจากโรคฝีดาษลิงโดยตรง
นายแพทย์ธงชัยกล่าวว่า "การเสียชีวิตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการป้องกันและควบคุมโรคฝีดาษลิง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ไม่ได้รับการรักษาหรือควบคุมเชื้อได้ไม่ดี ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการรุนแรงและเสียชีวิต"
คำแนะนำสำหรับประชาชน
กรมควบคุมโรคขอให้ประชาชนสังเกตอาการของโรคฝีดาษลิง ได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโต และมีผื่นตุ่มน้ำหรือตุ่มหนองตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือรอบปาก หากมีอาการดังกล่าวและมีประวัติเสี่ยง เช่น สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า ควรไปพบแพทย์ทันที
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีผื่นหรือตุ่มที่ผิวหนัง ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ สำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวี ควรรับประทานยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอเพื่อควบคุมระดับเชื้อให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้ออื่นๆ รวมถึงฝีดาษลิง
นายแพทย์ธงชัยย้ำว่า "แม้ฝีดาษลิงจะไม่ใช่โรคที่แพร่ระบาดง่ายเหมือนโควิด-19 แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง การวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยลดความรุนแรงของโรคและป้องกันการเสียชีวิตได้"



