ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในประเทศเมียนมาได้เพิ่มสูงขึ้นเป็น 3,145 รายแล้ว โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 4,500 ราย และผู้สูญหายอีกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตภายใต้ซากปรักหักพังท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย
เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ
แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ มีความรุนแรงถึง 7.7 แมกนิจูด ถือเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในเมียนมาในรอบกว่า 100 ปี แรงสั่นสะเทือนส่งผลกระทบไปยังพื้นที่กว้าง รวมถึงกรุงเนปิดอว์และเมืองอื่นๆ ทางตอนกลางของประเทศ
ตามรายงานของรัฐบาลทหารเมียนมา ระบุว่ามีอาคารบ้านเรือนพังทลายเสียหายกว่า 5,000 หลัง โดยเฉพาะในเมืองมัณฑะเลย์ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด โบราณสถานและวัดวาอารามหลายแห่งได้รับความเสียหาย รวมถึงสะพานและถนนหลายสายที่ถูกตัดขาด ทำให้การเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก
ปฏิบัติการกู้ภัยและความช่วยเหลือระหว่างประเทศ
ทางการเมียนมาได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในหลายพื้นที่และขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ ขณะนี้มีทีมกู้ภัยจากหลายประเทศ รวมถึงจีน รัสเซีย อินเดีย และไทย เดินทางไปให้ความช่วยเหลือแล้ว อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติการกู้ภัยเป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนเครื่องมือหนักและอุปกรณ์ที่จำเป็น
นายกรัฐมนตรีของเมียนมาได้กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติว่า "เรากำลังดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่สถานการณ์ยังคงวิกฤติ เราต้องการความช่วยเหลือจากประชาคมโลกอย่างเร่งด่วน"
ผลกระทบด้านมนุษยธรรมและความท้าทาย
องค์การสหประชาชาติประมาณการว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งนี้มากกว่า 1 ล้านคน โดยหลายหมื่นคนต้องกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ขณะที่โรงพยาบาลหลายแห่งได้รับความเสียหายและไม่สามารถรองรับผู้บาดเจ็บจำนวนมากได้
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโรคในพื้นที่อพยพ เนื่องจากขาดแคลนน้ำสะอาดและสุขอนามัยที่ดี องค์กรด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศกำลังระดมความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำดื่ม และเวชภัณฑ์ แต่การเข้าถึงพื้นที่ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ
รัฐบาลทหารเมียนมาถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าตอบสนองต่อเหตุการณ์ช้าเกินไป และมีการปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร ทำให้การประเมินความเสียหายที่แท้จริงเป็นไปได้ยาก ขณะที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาลได้เรียกร้องให้มีการหยุดยิงชั่วคราวเพื่อเปิดทางให้การกู้ภัยดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
แนวโน้มและการฟื้นฟูในระยะยาว
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมากที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยคาดว่าจะต้องใช้เวลาหลายปีและงบประมาณมหาศาล รัฐบาลเมียนมาได้จัดตั้งกองทุนบรรเทาทุกข์ แต่ยังขาดแคลนทรัพยากรอย่างมาก
เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้นับเป็นภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่สุดในเมียนมานับตั้งแต่พายุไซโคลนนาร์กีสในปี 2551 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนกว่า 1.3 แสนคน ขณะนี้ทั่วโลกกำลังจับตาดูสถานการณ์และหวังว่าการช่วยเหลือจะทันท่วงทีเพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้ได้มากที่สุด



