ศาลอุทธรณ์ปารีสตัดสินลดโทษ มารีน เลอ เปน พ้นข้อจำกัดทางการเมือง
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ศาลอุทธรณ์กรุงปารีสมีคำพิพากษายืนยันว่ามารีน เลอ เปน ผู้นำพรรคเนชันแนล แรลลี (National Rally) ฝ่ายขวาจัด มีความผิดจริงในข้อหาใช้เงินทุนของสหภาพยุโรป (EU) ผิดวัตถุประสงค์ในช่วงปี 2547-2559 แต่ศาลได้ลดโทษต่างๆ ลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นการเปิดทางให้เธอสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในเดือนเมษายน 2570 ได้
รายละเอียดการลดโทษและผลกระทบต่อสิทธิ์ลงสมัคร
ศาลลดหย่อนโทษห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองนาน 5 ปีของเลอ เปน เหลือเพียง 15 เดือน โดยอีก 45 เดือนที่เหลือให้รอลงอาญา และศาลให้โทษดังกล่าวมีผลย้อนหลังไปถึงเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่ศาลชั้นต้นตัดสินความผิดครั้งแรก ส่งผลให้ในปัจจุบันเลอ เปนได้ชดใช้โทษห้ามดำรงตำแหน่งครบถ้วนแล้ว จึงไม่มีอุปสรรคในการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดี
ส่วนโทษจำคุก 3 ปี ศาลลดให้เหลือรอลงอาญา 2 ปี และกักบริเวณในที่พักอาศัยเป็นเวลา 1 ปี โดยต้องสวมกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ (EM) โทษนี้ไม่ได้ตัดสิทธิ์เลอ เปนจากการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีแต่อย่างใด
หลักการของศาลในการชั่งน้ำหนักโทษ
ศาลอธิบายว่าได้ชั่งน้ำหนักระหว่างโทษการตัดสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กับ “เสรีภาพในการลงสมัครรับเลือกตั้ง” และ “สิทธิ์ในการเลือกอย่างเสรีของผู้ออกเสียงลงคะแนน” โดยศาลระบุว่าเป็นหน้าที่ของศาลในการประเมินว่าบทลงโทษนั้นได้สัดส่วนหรือไม่ แต่การลงสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิ์ในการออกเสียงลงคะแนนนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางประชาธิปไตย
ท่าทีของเลอ เปน ต่อคำตัดสินและแผนการลงสมัคร
ก่อนหน้านี้เลอ เปนกล่าวย้ำหลายครั้งว่าเธอจะไม่ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีหากต้องสวมกำไลอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากเธอจะรู้สึกว่าไม่มี “เสรีภาพอย่างเต็มที่” ในการหาเสียง อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเลอ เปนประกาศในการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ว่าเธอจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในการเลือกตั้งปี 2570 และเธอจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาเพื่อคัดค้านคำพิพากษาในคดียักยอกทรัพย์ การยื่นอุทธรณ์ครั้งนี้ส่งผลให้คำสั่งที่กำหนดให้เธอต้องสวมกำไลอิเล็กทรอนิกส์ถูกระงับไว้ชั่วคราว จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงต้นปี 2570
สถานการณ์ทางการเมืองและปฏิกิริยาจากคู่แข่ง
มารีน เลอ เปน ยังคงมีคะแนนนำในโพลสำรวจความคิดเห็น ในขณะที่เหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 เดือนจะถึงการเลือกตั้ง โดยเธอเคยลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมาแล้ว 3 ครั้ง โดยพ่ายแพ้ให้กับเอ็มมานูเอล มาครง 2 ครั้งติดต่อกัน แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มาครงจะไม่สามารถลงสมัครได้อีกแล้ว เนื่องจากเป็นประธานาธิบดีครบ 2 สมัย มาครงยังไม่แสดงความเห็นใดๆ ต่อคำตัดสินของศาล แต่คู่แข่งทางการเมืองต่างออกมาประณามเลอ เปนอย่างรวดเร็ว โดยโอลิวิเยร์ โฟร์ จากพรรคสังคมนิยม (Socialists) เชื่อว่าเธอไม่ควรลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากผู้สมัครชิงตำแหน่งสูงสุดของฝรั่งเศสจำเป็นต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งในกรณีของเธอนั้นไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ด้านมารีน ตงเดอลิเยร์ ผู้นำพรรคกรีนส์ (Greens) กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ตรงกันข้ามกับที่พรรคเนชันแนล แรลลี พยายามกล่าวอ้างซ้ำๆ เพราะ “ไม่มีการสมคบคิดกันในทางกฎหมายเพื่อเล่นงาน [เลอ เปน]... และคุณอาจพูดได้ด้วยซ้ำว่าเธอได้รับความปรานีอย่างมากแล้ว”



