สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศเลื่อนการประชุมสภาฟีฟ่าที่มีวาระสำคัญในการเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2030 ออกไปอย่างไม่มีกำหนด หลังจากเกิดข้อพิพาทรุนแรงระหว่างสองกลุ่มประเทศที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วม ได้แก่ กลุ่มสเปน-โปรตุเกส-โมร็อกโก และกลุ่มอาร์เจนตินา-อุรุกวัย-ปารากวัย การเลื่อนประชุมครั้งนี้สร้างความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของกระบวนการคัดเลือกเจ้าภาพ ซึ่งเดิมกำหนดจะมีขึ้นในเดือนธันวาคม 2567
สาเหตุของข้อพิพาท
ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งในการจัดสรรสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพร่วม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องจำนวนเกมที่แต่ละประเทศจะได้เป็นเจ้าภาพ และการแบ่งปันรายได้จากการแข่งขัน ฟีฟ่าได้พยายามไกล่เกลี่ยแต่ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ แหล่งข่าวจากฟีฟ่าระบุว่า "ความขัดแย้งนี้รุนแรงกว่าที่คาดไว้ และจำเป็นต้องใช้เวลาในการเจรจาเพิ่มเติม"
ผลกระทบต่อการเตรียมการ
การเลื่อนประชุมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อแผนการเตรียมการของประเทศที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพ โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนที่ต้องใช้เวลาดำเนินการนานหลายปี สเปนและโปรตุเกสซึ่งเคยเป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก 2018 ต้องเร่งปรับแผน ในขณะที่โมร็อกโก อาร์เจนตินา อุรุกวัย และปารากวัย ต้องรอความชัดเจนจากฟีฟ่า
ปฏิกิริยาจากสมาคมฟุตบอล
สมาคมฟุตบอลสเปนออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังต่อการเลื่อนประชุม โดยระบุว่า "เราเสียใจที่ฟีฟ่าไม่สามารถจัดการประชุมตามกำหนดได้ แต่เราเชื่อมั่นว่าการเจรจาจะนำไปสู่ข้อสรุปที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย" ขณะที่สมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินากล่าวว่า "เราพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2030 และหวังว่าฟีฟ่าจะเร่งหาทางออก"
อนาคตของฟุตบอลโลก 2030
ฟีฟ่ามีแผนจะจัดการประชุมสภาฟีฟ่าครั้งต่อไปในเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการเลือกเจ้าภาพ หากข้อพิพาทคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวภายในฟีฟ่าเตือนว่าหากไม่สามารถตกลงกันได้ ฟีฟ่าอาจต้องพิจารณาเสนอให้ประเทศอื่นเป็นเจ้าภาพแทน หรือขยายเวลาการคัดเลือกออกไปอีก



