ตำรวจจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อกว่า 100 ราย เสียหาย 50 ล้าน
ตำรวจจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อ 100 ราย เสียหาย 50 ล้าน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติที่ก่อเหตุหลอกลวงประชาชนชาวไทยจำนวนมาก โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย พร้อมของกลางเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ด และเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก

เปิดปฏิบัติการล่าตัวแก๊งคอลเซ็นเตอร์

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากผู้เสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความกับตำรวจว่าถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์มาหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ เช่น การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานราชการ หรือบริษัทเอกชน เพื่อให้เหยื่อโอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว โดยมีผู้เสียหายมากกว่า 100 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาท

พล.ต.ต.ธีรเดชเปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่าแก๊งนี้มีเครือข่ายเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรในต่างประเทศ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการดำเนินการ มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เจ้าหน้าที่จึงได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 5 จุด พร้อมกัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ของกลางและพยานหลักฐานสำคัญ

ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางได้จำนวนมาก ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก 10 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 20 เครื่อง, ซิมการ์ดกว่า 50 ซิม, สมุดบัญชีธนาคาร 15 เล่ม, บัตรเอทีเอ็ม 20 ใบ, และเอกสารรายชื่อเหยื่อที่มีข้อมูลส่วนตัวจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังพบว่าแก๊งนี้มีวิธีการทำงานที่ซับซ้อน โดยมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน เช่น ฝ่ายโทรออก ฝ่ายหลอกลวง ฝ่ายการเงิน และฝ่ายเทคโนโลยี โดยใช้โปรแกรม VOIP ในการโทรออกเพื่อปกปิดหมายเลขปลายทาง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 5 รายให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันก่อเหตุมาเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน โดยมีนายทุนชาวต่างชาติเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินและอุปกรณ์ โดยผู้ต้องหาจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์จากเงินที่หลอกลวงได้

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า "การกระทำของแก๊งนี้สร้างความเสียหายอย่างมากต่อประชาชน และทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ รวมถึงนายทุนที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป"

เตือนภัยประชาชน

ตำรวจสอบสวนกลางฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่โทรศัพท์มาหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเงิน ขอให้ตรวจสอบข้อมูลให้แน่ใจก่อนโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัว หากสงสัยให้โทรสอบถามหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรง หรือแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน

ทั้งนี้ ผู้เสียหายที่ยังไม่ได้แจ้งความสามารถติดต่อได้ที่ กก.2 บก.ปอท. หรือสายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง