ฟีฟ่าแบนอิสราเอลมติเด็ดขาดหลังกลุ่มปาเลสไตน์ร้อง
ฟีฟ่าแบนอิสราเอลเด็ดขาด หลังกลุ่มปาเลสไตน์ร้อง

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า (FIFA) ได้มีมติเอกฉันท์ในการประชุมสภาฟีฟ่าที่เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 ประกาศแบนอิสราเอลออกจากการแข่งขันฟุตบอลในทุกรายการที่อยู่ภายใต้การดูแลของฟีฟ่า โดยมีผลทันที การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สมาคมฟุตบอลปาเลสไตน์ (PFA) ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อฟีฟ่าตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการเลือกปฏิบัติในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง โดยเฉพาะในเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา

สาเหตุของการแบน

ข้อร้องเรียนของปาเลสไตน์ระบุว่าสโมสรฟุตบอลในอิสราเอลหลายแห่งตั้งอยู่ในนิคมที่ผิดกฎหมายตามกฎหมายระหว่างประเทศในเวสต์แบงก์ ซึ่งเป็นการละเมิดกฎบัตรฟีฟ่าและข้อบังคับเกี่ยวกับการไม่เลือกปฏิบัติ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าผู้เล่นและเจ้าหน้าที่ฟุตบอลปาเลสไตน์ถูกขัดขวางไม่ให้เดินทางหรือถูกควบคุมตัวโดยกองกำลังอิสราเอล ส่งผลให้การแข่งขันฟุตบอลในปาเลสไตน์ไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างปกติ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลปาเลสไตน์ จิบริล ราจูบ (Jibril Rajoub) กล่าวว่า "นี่คือชัยชนะของความยุติธรรมและกีฬาที่ปราศจากการเมือง เราขอขอบคุณฟีฟ่าที่รับฟังเสียงของเราและดำเนินการตามกฎหมาย"

ผลกระทบต่อฟุตบอลโลก 2026

การแบนครั้งนี้ส่งผลให้ทีมชาติอิสราเอลไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่จะจัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก รวมถึงการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2027 และการแข่งขันในระดับสโมสรอย่างเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก เนื่องจากอิสราเอลเป็นสมาชิกของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) การตัดสินใจของฟีฟ่าถือเป็นครั้งแรกที่องค์กรกีฬาระดับโลกสั่งแบนประเทศสมาชิกจากประเด็นสิทธิมนุษยชนและการเมืองระหว่างประเทศ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากนานาชาติ

อิสราเอลประณามการตัดสินใจของฟีฟ่า โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาของอิสราเอล มิกิ โซฮาร์ (Miki Zohar) กล่าวว่า "นี่เป็นการตัดสินใจที่อิงการเมือง ไม่ใช่กีฬา เราจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา (CAS) ทันที" ขณะที่สหพันธ์ฟุตบอลอิสราเอล (IFA) ออกแถลงการณ์ว่า "เราผิดหวังกับมติของฟีฟ่าที่ไม่เป็นธรรม และเราจะต่อสู้เพื่อสิทธิของนักกีฬาทุกคน" ด้านสหภาพยุโรป (EU) และสหประชาชาติ (UN) ออกมาแสดงความยินดีต่อการตัดสินใจของฟีฟ่า โดยโฆษกของ UN กล่าวว่า "กีฬาควรเป็นเครื่องมือในการสร้างสันติภาพและเคารพสิทธิมนุษยชน การตัดสินใจนี้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ"

อนาคตของฟุตบอลอิสราเอล

การแบนของฟีฟ่ามีผลบังคับใช้จนกว่าอิสราเอลจะปฏิบัติตามข้อกำหนดของฟีฟ่า ซึ่งรวมถึงการยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนในดินแดนปาเลสไตน์และการอนุญาตให้มีการแข่งขันฟุตบอลอย่างเสรีในปาเลสไตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกีฬาระบุว่าการอุทธรณ์ของอิสราเอลต่อ CAS อาจใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปี และในระหว่างนี้ทีมชาติอิสราเอลและสโมสรต่างๆ จะไม่สามารถลงแข่งขันในรายการของฟีฟ่าได้ ส่งผลกระทบต่อนักฟุตบอลอาชีพหลายร้อยคน รวมถึงการพัฒนาเยาวชนและระบบลีกในประเทศ