มหาเศรษฐีอาหรับเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงทรัมป์ ตั้งคำถามรุนแรงต่อการโจมตีอิหร่านร่วมกับอิสราเอล
ในวันนี้ (6 มีนาคม 2569) คาลาฟ อาห์หมัด อัล ฮับตูร์ มหาเศรษฐีชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และอดีตนักการทูต ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยตั้งคำถามตรงและค่อนข้างรุนแรงต่อการปฏิบัติการโจมตีอิหร่านร่วมกับอิสราเอล จดหมายดังกล่าวเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ประเทศในกลุ่มความร่วมมืออ่าว (GCC) กำลังเผชิญ ทั้งที่พวกเขาไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจครั้งนี้
คำถามหลักต่อการตัดสินใจของทรัมป์
อัล ฮับตูร์ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย ได้ตั้งประเด็นคำถามสำคัญหลายข้อต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน เขาถามว่า "ใครให้อำนาจสหรัฐฯ นำตะวันออกกลางเข้าสู่สงคราม? ใครอนุญาตให้เปลี่ยนภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นสนามรบ?" นอกจากนี้ เขายังสงสัยว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของทรัมป์เองหรือเป็นแรงกดดันจากเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และได้มีการประเมินผลกระทบต่อประชาชนและภูมิภาคอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการหรือไม่
ความเสี่ยงต่อประเทศกลุ่ม GCC และคำถามเรื่องสันติภาพ
ในจดหมาย อัล ฮับตูร์ชี้ให้เห็นว่าสหรัฐฯ ทำให้ประเทศในกลุ่ม GCC เสี่ยงและตกอยู่ท่ามกลางอันตราย โดยที่พวกเขาไม่ได้เป็นผู้เลือก เขายกตัวอย่าง "คณะกรรมการสันติภาพ" (Board of Peace) ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากประเทศอ่าวเปอร์เซีย แต่ตอนนี้ภูมิภาคกลับต้องเผชิญกับการโจมตี เขาตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า "เงินและคำมั่นเรื่องสันติภาพหายไปไหน?" พร้อมทั้งระบุว่าทรัมป์เคยสัญญาว่าจะไม่ทำสงคราม แต่กลับมีปฏิบัติการทางทหารในหลายประเทศ เช่น โซมาเลีย อิรัก เยเมน ซีเรีย และอิหร่าน
ข้อมูลเชิงลึกและผลกระทบทางการเมือง
อัล ฮับตูร์ยังนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโจมตีทางอากาศ 658 ครั้งในปีแรกภายหลังทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่ง ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนทั้งหมดในยุคของโจ ไบเดน เขาชี้ว่าค่าใช้จ่ายของสงครามอาจสูงถึง 40–65 พันล้านดอลลาร์สำหรับปฏิบัติการ และรวมแล้วอาจแตะ 210 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงคะแนนนิยมของทรัมป์ที่ลดลงประมาณ 9% ในช่วง 400 วัน และย้ำว่า "อเมริกันสัญญาว่าจะได้สันติภาพ แต่เรากลับต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางทหารที่คุกคามทั้งภูมิภาค แผนสันติภาพนั้นหายไปไหน"
บทบาทของอัล ฮับตูร์และความหมายที่ซ่อนอยู่
อัล ฮับตูร์ย้ำว่าเขาไม่ได้วิจารณ์ในฐานะคนนอก แต่เป็นคนในแวดวงผู้มีอำนาจของภูมิภาค การที่ชนชั้นนำในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เริ่มตั้งคำถามต่อการตัดสินใจของทรัมป์อย่างเปิดเผย อาจสะท้อนให้เห็นว่าพันธมิตรอาหรับของสหรัฐฯ บางส่วนไม่เห็นด้วยกับการเดินหน้าไปสู่สงคราม จดหมายปิดท้ายด้วยข้อความที่ทรงพลังว่า "ผู้นำที่แท้จริงไม่ได้วัดจากการตัดสินใจทำสงคราม แต่จากปัญญา ความเคารพผู้อื่น และความพยายามผลักดันสันติภาพ" สิ่งนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทูตและสันติภาพเหนือการเผชิญหน้าทางทหาร



