กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2564 มีมูลค่า 2.2 แสนล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 20.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 12 ปี นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น
รายละเอียดการขยายตัวของสินค้าสำคัญ
สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรขยายตัวร้อยละ 25.1 โดยเฉพาะข้าว ยางพารา และน้ำตาลทราย ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 19.8 นำโดยรถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่สินค้าแร่และเชื้อเพลิงขยายตัวร้อยละ 15.2
ตลาดส่งออกสำคัญ
- สหรัฐอเมริกา: ขยายตัวร้อยละ 30.1
- จีน: ขยายตัวร้อยละ 18.5
- ญี่ปุ่น: ขยายตัวร้อยละ 15.8
- อาเซียน: ขยายตัวร้อยละ 12.3
- สหภาพยุโรป: ขยายตัวร้อยละ 10.7
นอกจากนี้ การส่งออกไปยังตลาดศักยภาพอื่นๆ เช่น อินเดีย และตะวันออกกลาง ก็มีแนวโน้มที่ดี โดยเฉพาะสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโต
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การส่งออกเติบโตสูง ได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การเปิดประเทศของหลายประเทศ การเร่งฉีดวัคซีน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสริมจากการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย
แนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี
กระทรวงพาณิชย์คาดว่า การส่งออกในปี 2564 จะขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ร้อยละ 8-10 โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา และปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับเพื่อรักษาการเติบโตของการส่งออก



