ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.27 จุด หรือ 0.68% มาอยู่ที่ 1,376.67 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 46,208.49 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นหลังจากที่ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศ
ปัจจัยหนุนตลาด
นายกรกฤต กสิรักษ์ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนนี้ หลังจากที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงซื้อกลับในหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธนาคารและพลังงาน หลังจากที่ราคาปรับตัวลงมาก่อนหน้านี้ ประกอบกับสถานการณ์การเมืองในประเทศเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้ามาซื้อหุ้นอีกครั้ง
แนวโน้มการลงทุน
สำหรับแนวโน้มการลงทุนในระยะต่อไป นักวิเคราะห์คาดว่าตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น รวมถึงความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยการเมืองในประเทศ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
หุ้นที่มีผลต่อดัชนี
- หุ้นกลุ่มธนาคาร: ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.50 บาท คิดเป็น 1.12%
- หุ้นกลุ่มพลังงาน: บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.50 บาท คิดเป็น 0.65%
- หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี: บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.00 บาท คิดเป็น 0.96%
ด้านหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ BBL, PTT, ADVANC, CPALL และ SCB โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมกว่า 10,000 ล้านบาท



