กระทรวงต่างประเทศเร่งตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง เตือนคนไทยออกพื้นที่เสี่ยง
จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและอาจขยายวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของคนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้สั่งการจัดตั้งศูนย์ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างเร่งด่วน พร้อมออกประกาศเตือนให้คนไทยเร่งเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอล รวมถึงเตรียมแผนอพยพในกรณีจำเป็น
มาตรการเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยของคนไทย
กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการหลายขั้นตอนเพื่อดูแลสวัสดิภาพของคนไทยในตะวันออกกลาง ดังนี้
- การติดต่อสถานทูตไทยอย่างต่อเนื่อง โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ออกประกาศเตือนและให้คำแนะนำคนไทยตั้งแต่ช่วงต้นของสถานการณ์ พร้อมจัดตั้ง hotline สำหรับรับเรื่องร้องเรียนและให้ความช่วยเหลือ
- การออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการ ในวันนี้ กระทรวงฯ แนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากผลกระทบของความตึงเครียดเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ รวมถึงขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นพิจารณาทบทวนการเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว
- การจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อประเมินและติดตามพัฒนาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสถานทูตไทยในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด โดยสถานทูตทุกแห่งได้เตรียมแผนช่วยเหลือและอพยพคนไทยในกรณีฉุกเฉินไว้แล้ว
- การเปิดศูนย์ช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง ของกรมการกงสุล เพื่อรับเรื่องร้องขอความช่วยเหลือเร่งด่วนผ่านหมายเลข 0-2572-8442 พร้อมประสานงานกับสถานทูตต่างประเทศในไทยและสมาคมคนไทยในต่างประเทศเพื่อให้การคุ้มครองอย่างเต็มที่
ความร่วมมือและแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติม
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังได้ประสานงานกับกระทรวงแรงงานในการเปิดทุกช่องทางช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล โดยเตรียมพร้อมปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมงในกรณีที่มีการอพยพ ขณะที่หลายประเทศในตะวันออกกลางได้ประกาศปิดน่านฟ้าชั่วคราวเนื่องจากเหตุโจมตีระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลต่อการเดินทางของประชาชน
นายสีหศักดิ์ เน้นย้ำว่า กระทรวงฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและอัปเดตข้อมูลให้คนไทยอย่างสม่ำเสมอ พร้อมเรียกร้องให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยส่วนตัวและครอบครัว



