ศูนย์วิจัยกรุงไทย คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวที่ร้อยละ 2.7 โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่ยังคงแข็งแกร่ง
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโต
การท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากตลาดจีนและอินเดีย ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวสูงขึ้น นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชนยังได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น โครงการคนละครึ่ง และการลดภาษี
ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับความเสี่ยงหลายประการ โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจกดดันกำลังซื้อในระยะยาว ขณะที่การส่งออกอาจชะลอตัวลงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
ศูนย์วิจัยกรุงไทย ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2568 ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อค่าเงินบาทและช่วยลดต้นทุนทางการเงินของธุรกิจไทย โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาการนำเข้าและส่งออก
อัตราเงินเฟ้อและดอกเบี้ย
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 1.5 ซึ่งอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้ธนาคารกลางมีโอกาสคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.0 ตลอดทั้งปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
ด้านเสถียรภาพต่างประเทศ คาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะกลับมาเกินดุลที่ร้อยละ 1.5 ของจีดีพี จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและรายได้จากบริการ
ข้อแนะนำสำหรับนักลงทุน
ศูนย์วิจัยกรุงไทย แนะนำให้นักลงทุนติดตามปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักอย่างใกล้ชิด รวมถึงการปรับตัวของธุรกิจต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค



