ธนาคารโลกได้เผยแพร่รายงานการจัดอันดับเศรษฐกิจของประเทศไทยประจำปี 2568 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา โดยประเทศไทยมีคะแนนเพิ่มขึ้นในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจและการลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้น
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดอันดับ
รายงานของธนาคารโลกระบุว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายที่ต้องเผชิญ เช่น หนี้ครัวเรือนที่สูง และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
การปรับตัวในด้านต่างๆ
ในด้านการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ ประเทศไทยมีคะแนนดีขึ้นในเรื่องการจดทะเบียนธุรกิจ การขออนุญาตก่อสร้าง และการชำระภาษี ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่ด้านการลงทุนภาครัฐ การลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงและระบบขนส่งมวลชนในเขตเมืองช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ การท่องเที่ยวที่กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหลังการเปิดประเทศ มีส่วนช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนและประเทศในเอเชียด้วยกัน
ข้อเสนอแนะจากธนาคารโลก
ธนาคารโลกแนะนำให้ประเทศไทยเร่งดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น การพัฒนาทักษะแรงงาน การส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัล และการปรับปรุงประสิทธิภาพของภาครัฐ
อีกทั้งยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน โดยเฉพาะการดูแลหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง เพื่อป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว
ผลกระทบต่อประชาชน
การจัดอันดับที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจไทยย่อมส่งผลดีต่อประชาชนในหลายด้าน เช่น การจ้างงานที่เพิ่มขึ้น รายได้ที่สูงขึ้น และโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานและอาหาร
รัฐบาลควรมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเพื่อให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างทั่วถึงและยั่งยืน



