อิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ-อิสราเอลด้วยการโจมตีครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง หลายประเทศประสบเหตุระเบิด
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 น. ตามเวลาประเทศไทย อิหร่านได้ตอบโต้การโจมตีจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลด้วยการส่งเครื่องบินรบโจมตีหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กาตาร์ บาห์เรน และคูเวต โดยรายงานระบุว่าเป็นการโจมตีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของภูมิภาคนี้
รายละเอียดการโจมตีและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การโจมตีครั้งนี้ดูเหมือนจะมุ่งเป้าไปที่ฐานกำลังของสหรัฐฯ ในหลายประเทศพร้อมกัน มีเสียงระเบิดดังขึ้นจากชายหาดดูไบไปจนถึงถนนในโดฮา สร้างความสับสนและความกังวลอย่างกว้างขวาง ในขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเสียงระเบิดเหล่านั้นเป็นผลมาจากการสกัดกั้นขีปนาวุธหรือเป็นการโจมตีเป้าหมายโดยตรง สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกำลังถูกติดตามอย่างใกล้ชิดโดยหน่วยงานความมั่นคงระหว่างประเทศ
ปฏิกิริยาจากผู้นำโลกและความกังวลระดับนานาชาติ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกาได้ออกมาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในเตหะราน โดยกล่าวกับชาวอิหร่านว่า "เวลาแห่งอิสรภาพของคุณใกล้เข้ามาแล้ว" และกระตุ้นให้พวกเขายึดอำนาจรัฐบาล ในขณะเดียวกัน ผู้นำจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์นี้
อันโตนิโอ คอสตาและอูร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานสภาแห่งยุโรปและประธานสหภาพยุโรป ต่างกล่าวว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ "น่ากังวลอย่างยิ่ง" พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ ปกป้องพลเรือน และเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เน้นย้ำว่าการปะทุของสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่านส่งผลร้ายแรงต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้อิหร่านเข้าร่วมการเจรจาด้วยความสุจริตใจเพื่อยุติโครงการนิวเคลียร์และกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความไม่มั่นคง
กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นกล่าวว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลกระทบอย่างมากต่อญี่ปุ่น โดยเฉพาะในแง่ของความมั่นคงด้านพลังงาน และรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดด้วยความกังวลอย่างยิ่ง
ผลกระทบและคำเตือนสำหรับประชาชน
หลายประเทศในตะวันออกกลางได้ปิดน่านฟ้าเพื่อความปลอดภัย หลังเกิดเหตุโจมตีครั้งนี้ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ออกคำเตือนให้คนไทยเร่งออกจากอิหร่านและอิสราเอล และตรวจสอบสถานการณ์ก่อนเดินทางในภูมิภาคนี้ ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้สร้างความไม่แน่นอนต่อความมั่นคงระดับโลกและอาจนำไปสู่การยกระดับความขัดแย้งที่กว้างขวางยิ่งขึ้น



