อิสราเอลระดมเครื่องบิน 200 ลำถล่มอิหร่าน 500 เป้าหมาย สุดยอดปฏิบัติการทางอากาศในประวัติศาสตร์
กองทัพอิสราเอลได้เปิดเผยรายละเอียดของปฏิบัติการโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกองทัพอากาศ โดยระบุว่าได้ใช้เครื่องบินขับไล่กว่า 200 ลำในการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านกว่า 500 จุด เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินการทางอากาศที่กว้างขวางและประสานงานอย่างเข้มข้น เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากเตหะราน
ปฏิบัติการโจมตีระลอกใหญ่พร้อมกันทั่วอิหร่าน
กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) แถลงว่า การโจมตีครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการทิ้งระเบิดจำนวนหลายร้อยลูกเข้าใส่เป้าหมายประมาณ 500 แห่ง ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วภูมิภาคของอิหร่าน โดยเฉพาะในภาคกลางและภาคตะวันตก เป้าหมายหลักรวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศและฐานยิงขีปนาวุธนำวิถี ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางทหารที่สำคัญของอิหร่าน
IDF ระบุเพิ่มเติมว่า การใช้เครื่องบินขับไล่ประมาณ 200 ลำในปฏิบัติการครั้งนี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงขีดความสามารถทางทหารที่สูงสุด แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นของอิสราเอลในการปกป้องความมั่นคงของชาติ การโจมตีระบบป้องกันภัยดังกล่าวช่วยให้อิสราเอลสามารถขยายขีดความสามารถในการครองน่านฟ้าเหนืออิหร่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลกระทบต่อขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน
กองทัพอิสราเอลชี้แจงว่า การโจมตีครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบั่นทอนขีดความสามารถของเตหะรานในการยิงขีปนาวุธนำวิถีเข้าใส่อิสราเอล โดยการทำลายระบบป้องกันภัยและฐานยิงขีปนาวุธ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีตอบโต้ในอนาคต นี่ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด
ปฏิบัติการดังกล่าวได้รับการขนานนามว่าเป็น "การบินปฏิบัติการทางทหารที่ใหญ่ที่สุด" ในประวัติศาสตร์ของกองทัพอากาศอิสราเอล ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของกองทัพในด้านเทคโนโลยีและยุทธวิธี การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทของความขัดแย้งที่ยืดเยื้อระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับประเด็นความมั่นคงและอิทธิพลในตะวันออกกลาง
การเปิดเผยข้อมูลนี้มาจากแหล่งข่าวต่างประเทศ และแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของความรุนแรงทางทหารในภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ระหว่างประเทศในวงกว้าง การติดตามพัฒนาการต่อไปเป็นสิ่งสำคัญเพื่อเข้าใจทิศทางของความขัดแย้งและผลที่ตามมา



