อิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกที่ 22 ยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล สงครามตะวันออกกลางลุกลามต่อเนื่อง
อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล ระลอกที่ 22 สงครามลุกลาม (06.03.2026)

อิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกที่ 22 ยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล สงครามตะวันออกกลางลุกลามต่อเนื่อง

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงร้อนระอุต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ด้วยการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลถล่มเป้าหมายในอิสราเอล โดยปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นระลอกที่ 22 ภายใต้ชื่อรหัส "Operation True Promise 4" ซึ่งเป็นการตอบโต้อย่างรุนแรงในสงครามที่กำลังขยายวงกว้าง

รายละเอียดการโจมตีและอาวุธที่ใช้

ตามรายงานจากสื่อของรัฐบาลอิหร่านเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 กองกำลังอิหร่านได้ระดมยิงขีปนาวุธจำนวนมากพุ่งตรงไปยังอิสราเอล โดยภาพที่เผยแพร่แสดงให้เห็นขีปนาวุธหลายลูกถูกปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งรวมถึงรุ่น "ไคบา" "คอร์รามชาห์ร" และ "ฟัตตาห์" ซึ่งเป็นขีปนาวุธพิสัยไกลที่มีความแม่นยำสูงของอิหร่าน การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ความตึงเครียดในภูมิภาคยังคงสูงต่อเนื่อง

การตอบโต้จากอิสราเอลและพันธมิตร

ในเวลาเดียวกัน กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศอย่างหนักต่อเป้าหมายในกรุงเตหะรานของอิหร่าน และพื้นที่ในกรุงเบรุตของเลบานอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธการตอบโต้เพื่อลดทอนขีดความสามารถทางทหารของฝ่ายตรงข้าม นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่าสหรัฐอเมริกาได้เข้าร่วมปฏิบัติการด้วยการโจมตีเรือบรรทุกโดรนของอิหร่านในทะเล ซึ่งเป็นความพยายามในการทำลายกองเรือรบของอิหร่าน เพื่อป้องกันการขยายตัวของสงครามทางทะเล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบและแนวโน้มความขัดแย้ง

สงครามในตะวันออกกลางที่ครบหนึ่งสัปดาห์นี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายในเร็ววัน การโจมตีระลอกใหม่จากอิหร่านและปฏิบัติการตอบโต้จากอิสราเอลและพันธมิตรสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิภาคและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเตือนว่า หากไม่มีมาตรการทางการทูตที่เร่งด่วน ความขัดแย้งอาจลุกลามไปสู่ระดับที่ควบคุมได้ยากยิ่งขึ้น