เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 นายยูริ อูชาคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลินของรัสเซีย เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้หารือกันทางโทรศัพท์เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยมีประเด็นหลักคือสถานการณ์การหยุดยิงกับอิหร่านและหัวข้อสำคัญอื่นๆ
รายละเอียดการสนทนา
ตามการเปิดเผยของนายอูชาคอฟ รัสเซียเป็นฝ่ายเริ่มการสนทนาในครั้งนี้ โดยปูตินแสดงความเห็นว่าการตัดสินใจของทรัมป์ในการขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านนั้นเป็นสิ่งที่ “ถูกต้อง” เนื่องจากจะช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาและช่วยสร้างเสถียรภาพในภาพรวม
ผู้นำรัสเซียยังเน้นย้ำถึง “ผลกระทบที่เลวร้ายอย่างยิ่งและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้” ซึ่งจะไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับอิหร่านและประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น แต่จะส่งผลต่อประชาคมโลกทั้งหมด หากสหรัฐฯ และอิสราเอลตัดสินใจกลับไปใช้กำลังทางทหารอีกครั้ง
ประเด็นยูเครน
นอกจากเรื่องอิหร่านแล้ว ผู้นำทั้งสองคนยังได้หารือเกี่ยวกับสงครามในยูเครน โดยปูตินได้หยิบยกความเป็นไปได้ในการประกาศหยุดยิงให้ตรงกับวันแห่งชัยชนะ (Victory Day) ในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ ซึ่งเป็นวันที่รัสเซียเฉลิมฉลองชัยชนะของสหภาพโซเวียตที่มีเหนือนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2
ข้อเสนอของปูติน
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ว่า นายปูตินเสนอตัวเข้าช่วยเหลือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสงครามอิหร่าน โดยเฉพาะเรื่องการจัดการแร่ยูเรเนียมที่ผ่านการเสริมสมรรถนะ
- “เขา (ปูติน) อยากจะช่วย เขาบอกผมว่าอยากจะมีส่วนร่วมกับเรื่องการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม เขาช่วยเราจัดการเรื่องนี้ได้” ทรัมป์เผย
- และตอบกลับไปว่า “ก่อนที่คุณจะช่วยผม ผมต้องการให้สงครามของคุณ (ในยูเครน) ยุติลงก่อน”
ทั้งนี้ รัสเซียเคยเสนอตัวเข้าควบคุมคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านมาก่อน ซึ่งคล้ายกับบทบาทที่รัสเซียเคยทำในข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558
ความเห็นของทรัมป์
ทรัมป์กล่าวว่าการสนทนากับปูตินเป็นไปอย่าง “ดีมาก” และเชื่อว่าทางออกของความขัดแย้งในยูเครนจะเกิดขึ้นค่อนข้างเร็ว “ผมรู้จักเขา (ปูติน) มานาน ผมคิดว่าเขาพร้อมจะทำข้อตกลงตั้งนานแล้ว แต่ผมคิดว่ามีคนบางกลุ่มทำให้การทำข้อตกลงเป็นเรื่องยากสำหรับเขา”
แม้ทรัมป์จะไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ในการส่งยูเรเนียมของอิหร่านไปยังรัสเซียอย่างชัดเจน แต่เขาส่งสัญญาณว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือ การยุติสงครามในยูเครนก่อน



