กระทรวงการต่างประเทศเผย คนไทยในอิหร่านลงทะเบียนขอกลับ 125 คน เที่ยวแรก 7 มีนาคม 68 คน
คนไทยในอิหร่านลงทะเบียนขอกลับ 125 คน เที่ยวแรก 7 มีนาคม

กระทรวงการต่างประเทศเผยความคืบหน้าช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน เที่ยวบินแรก 7 มีนาคม

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงอ่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายประเทศอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ยังคงโจมตีซึ่งกันและกันอย่างไม่หยุดยั้ง การปะทะขยายวงไปยังประเทศข้างเคียงหลายประเทศ นอกเหนือจากเลบานอนแล้ว ยังมีประเทศอาเซอร์ไบจานที่ถูกโจมตีทางอากาศ ส่งผลให้พลเรือนบางส่วนได้รับบาดเจ็บและโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย รัฐบาลอาเซอร์ไบจานประกาศพร้อมตอบโต้ ทำให้สถานการณ์น่ากังวลมากยิ่งขึ้น

สถานการณ์น่านฟ้าและความคืบหน้าช่วยเหลือคนไทย

ในส่วนของสถานการณ์การเปิด-ปิดน่านฟ้าในปัจจุบัน ประเทศที่ยังคงปิดน่านฟ้า ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) อิสราเอล ซีเรีย อิรัก อิหร่าน บาห์เรน กาตาร์ และคูเวต ขณะที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย โอมาน และจอร์แดน ยังคงเปิดน่านฟ้าอยู่ โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและโอมาน ได้กลายเป็นศูนย์กลางในการอพยพคนออกนอกภูมิภาคทางอากาศ ปัจจุบันยังไม่ได้รับรายงานคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

ความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ เช่น ประเทศอิหร่าน มีตัวเลขเพิ่มขึ้นจากเดิม 117 คน เป็น 125 คน โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มที่ต้องการเดินทางออกทางบก รอบแรกในวันที่ 7 มีนาคมจะเดินทางออกมาก่อน 68 คน รอบที่ 2 ในวันที่ 10 มีนาคมจะเดินทางออกมา 56 คน กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยในประเทศอิหร่านที่ต้องการกลับเพิ่มเติมรีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน โดยทันที เพื่อประสานงานทางด้านเอกสารกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทันท่วงที

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การเตรียมความพร้อมและมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม

สำหรับผู้อพยพกลุ่มแรกที่จะเดินทางถึงเมืองวานของประเทศตุรกีในวันพรุ่งนี้ (7 มี.ค. 69) จะมีจากกรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี เตรียมพร้อมต้อนรับและจัดหาอาหารไว้ระหว่างรอขึ้นเครื่องกลับไทยในช่วง 2-3 วันข้างหน้า ในส่วนของกรณีตุรกี ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา จะเปิดศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ณ เมืองวานของประเทศตุรกี เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยที่จะอพยพออกจากประเทศอิหร่านและบินกลับมาที่ประเทศไทย อีกทั้งจะเป็นที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานด้วย เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่เหลืออยู่

เอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการาได้แนะนำคนไทยที่เที่ยวบินถูกยกเลิกเนื่องจากท่าอากาศยานอิสตันบูลต้องรองรับสายการบินอื่น ๆ เป็นจำนวนมากที่หลีกเลี่ยงการบินหรือแวะผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า ดังนี้ ขอให้ติดต่อสายการบินเพื่อรอรับการเยียวยาระหว่างรอเที่ยวบินใหม่ และหากมีแนวโน้มที่จะได้รับเที่ยวบินใหม่ล่าช้าจนอาจพ้นกำหนดวีซา ขอให้พิจารณายกเลิกเที่ยวบินและซื้อบัตรโดยสารเที่ยวบินใหม่ที่เลี่ยงเส้นทางการผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า ทั้งนี้ คนไทยสามารถทำในตุรกีโดยไม่ต้องใช้วีซาเป็นเวลา 30 วัน

ความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ และมาตรการพิเศษ

ส่วนประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศที่ยังเปิดน่านฟ้า โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาร์ด ได้ประสานงานใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศข้างเคียงที่น่านฟ้ายังปิดอยู่ ในการนำคนไทยเดินทางข้ามแดนเพื่อเดินทางกลับไทยถึงปลายทางอื่นโดยใช้ทางเครื่องบิน

กรณีของประเทศ UAE ไทยมีสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบีและสถานกงสุลใหญ่ที่กรุงดูไบ ได้ประสานช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดสถานกงสุลใหญ่ ณ กรุงดูไบ ได้จัดหาเที่ยวบินเพื่อส่งคนไทยที่ติดค้างออกนอกประเทศแล้ว 25 คน และจะสนับสนุนคนไทยที่ยังเหลืออยู่ในการเดินทางออกต่อไป แม้น่านฟ้า UAE ยังคงปิดอยู่ แต่สายการบินเอทิฮัด เอมิเรตส์ และแอร์อาหรับ ยังคงเปิดเส้นทางบินบางส่วนเพื่อพาคนชาติต่าง ๆ ที่ตกค้างกลับประเทศแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศยกเว้นค่าปรับกรณีที่พำนักเกินกำหนด สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้าตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาด้วย ในส่วนของประเทศอื่น ๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ยังคงอำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลแก่พี่น้องคนไทยที่ประสงค์จะกลับประเทศ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการทางเอกสาร