วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ไทยเตรียมเป็นประเทศแรกในอาเซียน
วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ไทยเตรียมเป็นประเทศแรกในอาเซียน

วุฒิสภามีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ด้วยคะแนนเสียง 130 ต่อ 4 เสียง งดออกเสียง 18 เสียง เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศแรกในอาเซียนและประเทศที่สามในเอเชียที่รับรองการสมรสของบุคคลเพศเดียวกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

รายละเอียดสาระสำคัญของร่างกฎหมาย

ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยเปลี่ยนคำว่า "ชาย" และ "หญิง" เป็น "บุคคล" และเปลี่ยนคำว่า "สามี" และ "ภรรยา" เป็น "คู่สมรส" ทำให้คู่รักทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียม โดยมีอายุขั้นต่ำในการสมรสคือ 17 ปีบริบูรณ์ และต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองหากอายุต่ำกว่า 20 ปี

นอกจากนี้ กฎหมายยังให้สิทธิในการรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน การจัดการทรัพย์สินร่วม การเป็นผู้จัดการมรดก และสิทธิในการรับมรดก รวมถึงสิทธิในการตัดสินใจทางการแพทย์สำหรับคู่สมรส

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กระบวนการทางกฎหมายที่เหลือ

หลังจากวุฒิสภาเห็นชอบแล้ว ร่างกฎหมายจะถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมการประสานงานเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาและนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา คาดว่ากฎหมายจะมีผลบังคับใช้ภายใน 120 วันหลังจากประกาศ

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม กล่าวว่า "นี่คือก้าวสำคัญของสังคมไทยที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าและการยอมรับความหลากหลายทางเพศ กฎหมายนี้จะช่วยคุ้มครองสิทธิของทุกคนอย่างเท่าเทียม"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิกิริยาจากภาคประชาสังคม

กลุ่ม LGBTQ+ และองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างแสดงความยินดีต่อการผ่านร่างกฎหมาย โดยนางสาวณัฐฐา วัฒนะรัตน์ ผู้ก่อตั้งกลุ่ม "สมรสเท่าเทียม" กล่าวว่า "เรารอคอยวันนี้มานานมาก นี่คือชัยชนะของทุกคนที่ต่อสู้เพื่อสิทธิที่เท่าเทียม"

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะในเรื่องของการรับรองสิทธิในสถานที่ทำงานและสวัสดิการจากภาครัฐ ซึ่งอาจต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมในอนาคต

ความสำคัญในระดับภูมิภาค

การผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทยถือเป็นครั้งแรกในอาเซียน และเป็นประเทศที่สามในเอเชียรองจากไต้หวันและเนปาล โดยคาดว่ากฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้ภายในปลายปี 2567 หรือต้นปี 2568