วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ออกมาแสดงความกังวลต่อความขัดแย้งระหว่างมุ้งเนวินและมุ้งอนุทินที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยเปรียบเทียบสถานการณ์ดังกล่าวกับกรณีความขัดแย้งระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (บิ๊กตู่) และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (บิ๊กป้อม) ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
วิโรจน์ชี้ความขัดแย้งคล้ายกรณีบิ๊กตู่-บิ๊กป้อม
วิโรจน์กล่าวว่า ปัจจุบันเห็นรอยร้าวชัดเจนระหว่างกลุ่มการเมืองของนายเนวิน ชิดชอบ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นสองแกนนำสำคัญในรัฐบาล โดยเฉพาะกรณีการงัดข้อกันในกระทรวงมหาดไทยที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารงาน การที่สองมุ้งนี้มีความขัดแย้งกันนั้นคล้ายคลึงกับสถานการณ์เมื่อครั้งที่บิ๊กตู่และบิ๊กป้อมมีความเห็นต่างกัน จนนำไปสู่ความไม่มั่นคงทางการเมือง
“สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เหมือนกับเหตุการณ์ในอดีตที่เราผ่านมาแล้ว ความขัดแย้งระหว่างสองขั้วอำนาจในรัฐบาลเดียวกันเป็นอันตรายต่อประเทศ เพราะจะทำให้การตัดสินใจและการบริหารงานล่าช้า ขาดเอกภาพ และเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตี” วิโรจน์กล่าว
ผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล
วิโรจน์ชี้ว่าความขัดแย้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อการทำงานของกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อภาพรวมของรัฐบาลและความเชื่อมั่นของประชาชน หากไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง อาจนำไปสู่การยุบสภาหรือการเปลี่ยนขั้วอำนาจ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว
นอกจากนี้ วิโรจน์ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง พร้อมกับเตือนว่าการเมืองที่ขาดเสถียรภาพจะเปิดทางให้กลุ่มทุนสามานย์แทรกแซงและฉวยโอกาส
ประชาชนต้องตื่นตัวต่อต้านการเมืองโกงกิน
วิโรจน์ยังได้กล่าวถึงโครงการ “โตไปไม่โกง” ที่เคยเป็นนโยบายสำคัญในการปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชน แต่ปัจจุบันกลับไม่เห็นความชัดเจนในการดำเนินงาน เขาตั้งคำถามว่าโครงการดังกล่าวยังคงมีอยู่หรือไม่ และหากมีอยู่ทำไมถึงไม่เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
“เราต้องกลับมาทบทวนว่าโครงการ ‘โตไปไม่โกง’ ยังเดินหน้าอยู่หรือไม่ เพราะถ้าเราปล่อยให้วัฒนธรรมการโกงกินฝังรากลึกในสังคม การต่อต้านคอร์รัปชันก็จะไม่ประสบความสำเร็จ” วิโรจน์กล่าวทิ้งท้าย



