กระทรวงคมนาคมเดินหน้าโครงการก่อสร้างสะพานขนาดใหญ่ 2 แห่งในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ สะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมจังหวัดสงขลา-พัทลุง โดยมีแผนเริ่มก่อสร้างปลายปี 2569 และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งานในปี 2572 เพื่อยกระดับการเดินทางและกระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวในภูมิภาค
ความคืบหน้าโครงการและกรอบเวลา
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพื้นที่ภาคใต้ ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าของโครงการสำคัญ ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการทั้ง 2 โครงการของกรมทางหลวงชนบท ซึ่งขณะนี้ได้ตัวผู้รับจ้างเรียบร้อยแล้ว รอเพียงกระทรวงการคลังลงนามในสัญญากู้เงินกับธนาคารโลก (World Bank) เพื่อให้กรมทางหลวงชนบทลงนามสัญญากับผู้รับจ้างและเริ่มตอกเสาเข็มตามกรอบเวลาที่กำหนด
สะพานเชื่อมเกาะลันตา พลิกโฉมการเดินทางสู่เกาะท่องเที่ยว
โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ตั้งอยู่ในอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ มีระยะทางรวม 2.2 กิโลเมตร แบ่งเป็นตัวสะพานยาว 1.92 กิโลเมตร และถนนต่อเชื่อมอีก 0.28 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 1,849.50 ล้านบาท ปัจจุบันการเดินทางเข้า-ออกเกาะลันตาต้องพึ่งพาท่าแพขนานยนต์ ซึ่งมักประสบปัญหาความล่าช้าและแออัด โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว สะพานแห่งนี้จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง และรองรับเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ
สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมเศรษฐกิจสองฝั่ง
โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา ถึงอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง มีระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 4,829.25 ล้านบาท สะพานนี้จะช่วยย่นระยะทางมากกว่า 80 กิโลเมตร ลดเวลาเดินทางจากเดิม 2 ชั่วโมง เหลือเพียง 10-15 นาที พร้อมสนับสนุนระบบโลจิสติกส์และการค้ารอบทะเลสาบสงขลา
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่การพัฒนา
นายสรรเพชญกล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องเดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบกรอบค่าใช้จ่ายสำหรับแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา ระยะ 5 ปีแรก วงเงิน 402.82 ล้านบาท เพื่อให้การก่อสร้างและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสามารถดำเนินควบคู่กันไปได้อย่างสมดุล
การทำงานร่วมกันหลายฝ่าย
นายสรรเพชญกล่าวอีกว่า ความสำเร็จของโครงการทั้ง 2 แห่งเกิดจากการทำงานร่วมกันของคณะรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กรมทางหลวงชนบท หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพื้นที่ภาคใต้ ที่ร่วมกันติดตาม ผลักดัน และสะท้อนเสียงของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักความรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
“วันนี้ คือ อีกหนึ่งก้าวสำคัญของภาคใต้ เป็นก้าวที่ทำให้โครงการที่ประชาชนรอคอย ขยับจากแผนบนกระดาษ ไปสู่การเตรียมความพร้อมเพื่อก่อสร้างจริง ผมและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภาคใต้จะติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โครงการสำคัญเหล่านี้เกิดผลเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่” นายสรรเพชญกล่าว



