กัมพูชาจับกุมนักข่าวอิสระข้อหาหมิ่นพระมหากษัตริย์
กัมพูชาจับนักข่าวอิสระข้อหาหมิ่นพระมหากษัตริย์

เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้เข้าจับกุมนายโสภณ วัย 34 ปี นักข่าวอิสระและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ ที่พักของเขาในกรุงพนมเปญ โดยตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 437 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี และปรับเงิน 2 ล้านถึง 10 ล้านเรียล (ประมาณ 500,000 ถึง 2,500,000 บาท)

รายละเอียดการจับกุมและข้อกล่าวหา

นายโสภณถูกกล่าวหาว่าได้โพสต์ข้อความและภาพบนเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาวิจารณ์พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งกัมพูชา รวมถึงกองทัพกัมพูชา เจ้าหน้าที่ระบุว่าข้อความดังกล่าวเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและสร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ตามรายงานขององค์กรพิทักษ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา นายโสภณถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจกรุงพนมเปญ และจะถูกนำตัวขึ้นศาลในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ ครอบครัวและทนายความของเขายังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพบอย่างเป็นทางการ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากองค์กรสิทธิมนุษยชน

องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายแห่ง รวมถึงแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และฮิวแมนไรท์วอทช์ ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อการจับกุมครั้งนี้ โดยระบุว่าเป็นการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพสื่อในกัมพูชา “การจับกุมนักข่าวอิสระในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นเครื่องมือที่รัฐบาลใช้ปิดปากผู้เห็นต่าง” โฆษกของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าว

นอกจากนี้ สมาคมนักข่าวกัมพูชายังได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ปล่อยตัวนายโสภณโดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมชี้ว่าการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในลักษณะนี้เป็นการคุกคามสื่อมวลชนและบั่นทอนประชาธิปไตย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

บริบททางการเมืองในกัมพูชา

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่ตึงเครียดในกัมพูชา โดยรัฐบาลของสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากนานาชาติในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการปราบปรามสื่ออิสระ นับตั้งแต่การเลือกตั้งทั่วไปในปี 2566 ที่พรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายท่ามกลางข้อกล่าวหาว่าไม่โปร่งใส

ข้อมูลจากองค์กรนักข่าวไร้พรมแดน (RSF) ระบุว่า กัมพูชาอยู่ในอันดับที่ 141 จาก 180 ประเทศในดัชนีเสรีภาพสื่อประจำปี 2567 ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้า การจับกุมนักข่าวและนักเคลื่อนไหวด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกลายเป็นเรื่องปกติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่ามีผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหานี้มากกว่า 20 คนในปี 2566

ผลกระทบต่อเสรีภาพสื่อ

การจับกุมนายโสภณส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยแฮชแท็ก #FreeSopheap กลายเป็นเทรนด์ในทวิตเตอร์ (X) ของกัมพูชา ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากแสดงความไม่พอใจและเรียกร้องให้รัฐบาลเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ด้านรัฐบาลกัมพูชาได้ออกมาปกป้องการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ โดยโฆษกกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า “การกระทำใด ๆ ที่เป็นการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นความผิดอาญา ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย”

กรณีนี้ถูกจับตามองจากนานาชาติ โดยเฉพาะสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่มีท่าทีแข็งกร้าวต่อประเด็นสิทธิมนุษยชนในกัมพูชา การจับกุมครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่กัมพูชา