บ้านใหญ่สตูลสะเทือน ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายก อบจ.เลียงประสิทธิ์
บ้านใหญ่สตูลสะเทือน ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายก อบจ.

ตระกูล "เลียงประสิทธิ์" บ้านใหญ่จังหวัดสตูล กำลังเผชิญมรสุมทางการเมือง หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล (นายก อบจ.สตูล) กับพวก กรณีไม่บอกเลิกจ้างโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล วงเงิน 29,800,000 บาท เมื่อปีงบประมาณ 2559 กับห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา ผู้รับจ้าง จนเกิดการส่งมอบงานล่าช้า แต่นายสัมฤทธิ์เห็นชอบให้ผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างเป็นเวลา 6 ปี และให้ผู้รับจ้างจัดทำแผนปฏิบัติงานใหม่มาตลอด แต่ไม่เสร็จตามแผนทุกครั้ง ทำให้ห้างหุ้นส่วนดังกล่าวมีค่าปรับคิดเป็นเงิน 58,106,100 บาท

สายสัมพันธ์ตระกูลเลียงประสิทธิ์

การชี้มูลความผิดครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อเครือข่ายทางการเมืองของตระกูลเลียงประสิทธิ์ โดยพบว่านายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการฯ เป็นน้องชายของนายสัมฤทธิ์ และเป็นบิดาของนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะที่นายสัมฤทธิ์เป็นลุงของนายวรศิษฎ์

นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หรือ โกเกียรติ เจ้าของ หจก.เกียรติเจริญชัย มีธุรกิจหลากหลาย ทั้งเรือประมง รถบรรทุก แพปลา ท่าเรือ รับเหมาก่อสร้าง สถานีบริการน้ำมัน สวนปาล์ม และค่ายมวยเกียรติเจริญชัย ตระกูลเลียงประสิทธิ์ไม่ใช่กลุ่มอิทธิพล แต่กว้างขวาง เข้าได้กับคนทุกระดับในพื้นที่จังหวัดสตูล มีการแบ่งพื้นที่ทางการเมืองกับบ้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (โกเกี๊ยะ) อย่างชัดเจน โดยในเขต 1 จังหวัดสตูลเป็นพื้นที่ในความดูแลของนายพิพัฒน์ ซึ่งล่าสุดนายชลัฐ รัชกิจประการ บุตรชายนายพิพัฒน์ ชนะการเลือกตั้งในเขตดังกล่าว นายสมเกียรติยังเป็นเพื่อนกับนายพิพัฒน์ที่เป็นสายตรงนายเนวิน ชิดชอบ ทั้งคู่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เส้นทางบ้านใหญ่เลียงประสิทธิ์

ตระกูล "เลียงประสิทธิ์" เริ่มต้นชีวิตทางการเมืองในยุคนายทักษิณ ชินวัตร กำลังก่อตั้งพรรคไทยรักไทย โดยนายเนวิน ชิดชอบ มือขวาคนสำคัญของนายทักษิณในขณะนั้น เป็นผู้ลงมาดูแลการหาเสียงเลือกตั้งในจังหวัดสตูล และดึงนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ นักธุรกิจด้านประมงท้องถิ่น มาเป็นทีมงานช่วยหาเสียงให้พรรคไทยรักไทยในเขต 1 และเขต 2 จังหวัดสตูล แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์แข็งแรงมาก ทำให้พ่ายแพ้มาโดยตลอด

ส่วนนายสัมฤทธิ์ (โกเตี๋ยน) พี่ชายนายสมเกียรติ ลงสนามการเมืองท้องถิ่นมาก่อนแล้ว และเคยเป็นนายกเทศมนตรีตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล ถึง 3 สมัย เมื่อนายธานินทร์ ใจสมุทร อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ถูกตัดสิทธิทางการเมือง นายสัมฤทธิ์จึงมาท้าชิงตำแหน่งนายก อบจ.สตูล เป็นสมัยแรกในปี พ.ศ. 2552 แทน และชนะเลือกตั้งมาโดยตลอด รวมปัจจุบันถือเป็นสมัยที่ 5 แล้ว ในนาม "กลุ่มสตูลสันติธรรม"

วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ อนาคตไกล

ในการเลือกตั้งปี 2562 นายเนวินเห็นนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ (โกแพ) บุตรชายโกเกียรติ มีหน่วยก้านดี จึงทาบทามให้ลงสมัคร สส.สตูล เขต 2 ในนามพรรคภูมิใจไทย และชนะการเลือกตั้ง สามารถโค่นแชมป์เก่าอย่างนายฮอชาลี ม่าเหร็ม จากพรรคประชาธิปัตย์ได้สำเร็จ และยังรักษาเก้าอี้ได้สำเร็จในปี 2566 และ 2569 รวม 3 สมัย แบบคะแนนเสียงชนะขาด โดยนายวรศิษฎ์ได้คะแนนไปทั้งสิ้น 56,389 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 นายกฤษ ศรีสน จากพรรคประชาชน ที่ได้ไป 15,905 คะแนน ถึงกว่า 3 หมื่นคะแนน ทำให้ในคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 นายวรศิษฎ์ได้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ควบคุมหน่วยงานสำคัญอย่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และยังอยู่ในกลุ่มแก๊งลูกเทพ ซึ่งนายวรศิษฎ์ช่วงที่ทำงานในสภายังมีความสนิทสนมกับนายไชยชนก ชิดชอบ บุตรชายนายเนวินด้วย

นายวรศิษฎ์ถือเป็นหนุ่มอนาคตไกล ปัจจุบันอายุ 37 ปี จบการศึกษาปริญญาโท MSc Business management: International business จากมหาวิทยาลัยบอร์นมัธ ประเทศอังกฤษ เป็นบุตรชายของโกเกียรติ นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์

อนาคตทางการเมือง

แหล่งข่าวในพื้นที่ระบุว่า นายสัมฤทธิ์เคยเปิดใจจะเลิกเล่นการเมืองในสนามนายก อบจ. ตั้งแต่ครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากอายุมากแล้ว แต่คนในพื้นที่ยังเรียกร้องให้ลงสมัครต่อ จึงตั้งใจจะเลิกเล่นหลังจากจบสมัยนี้แทน

แหล่งข่าวยังระบุเพิ่มเติมว่า การชนะเลือกตั้งของทั้งนายสัมฤทธิ์และนายวรศิษฎ์ ต่างมาจากบารมีของนายสมเกียรติ ที่ทำพื้นที่อย่างหนักหน่วง เนื่องจากจังหวัดสตูลเป็นพื้นที่ของชาวมุสลิม หากไม่ได้ใจคนในพื้นที่ จะไม่มีทางชนะการเลือกตั้ง ดังนั้นเมื่อมีงานบุญ หรืองานมัสยิดที่ใด นายสมเกียรติจะนำปลาเผาไปเลี้ยง และลงมือย่างปลาด้วยตนเอง