ศิริกัญญาห่วงรัฐบาลถังแตก ปิดงบปี 69 ไม่ลงตัว ส่อหลายหน่วยงานตกเบิกปี 70
ศิริกัญญาห่วงรัฐบาลถังแตก ปิดงบปี 69 ไม่ลงตัว ส่อตกเบิกปี 70

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยถึงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเงินของรัฐบาลในช่วงปลายปีงบประมาณ 2569 ว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณปี 2569 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ มีความล่าช้าและวงเงินโอนจริงน้อยมาก เมื่อเทียบกับที่รัฐบาลเคยประกาศไว้

โอนงบได้จริงเพียง 1.03 หมื่นล้าน จากเป้า 8 หมื่นล้าน

นางสาวศิริกัญญากล่าวว่า จากที่รัฐบาลเคยประกาศว่าจะโอนงบประมาณจำนวน 80,000 ล้านบาท แต่กลับทำได้จริงเพียง 10,300 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นเพียงประมาณ 13% ของเป้าหมายเท่านั้น การโอนงบที่น้อยกว่าที่คาดอาจไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป เนื่องจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในไตรมาส 3 ต้องชะลอตัวลง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของหลายหน่วยงาน

นอกจากนี้ ในการประชุมวิปฝ่ายค้าน ตัวแทนจากสำนักงบประมาณได้ชี้แจงว่า ปัจจุบันภาครัฐยังมีค่าใช้จ่ายที่ยังหาเงินมาจ่ายไม่ได้อีกประมาณ 50,000 ล้านบาท อาทิ เงินเยียวยาชดเชยการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เงินชดเชยรถไฟฟ้าสายสีส้มที่ผู้รับเหมาเรียกเก็บแล้วแต่ตั้งงบไว้ไม่พอ รวมถึงหนี้ค่าไฟสาธารณะที่ภาครัฐต้องหาเงินมาชำระคืน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กังวลหาเงินปิดงบปี 69 ไม่พอ หน่วยงานอาจต้องตกเบิก

เมื่อรัฐบาลโอนงบมาช่วยได้เพียง 10,300 ล้านบาท เท่ากับยังขาดเงินอีกประมาณ 40,000 ล้านบาท นางสาวศิริกัญญาแสดงความกังวลว่ารัฐบาลจะหาเงินจากที่ใดมาปิดปีงบประมาณ 2569 ได้ทันเวลา โดยระบุว่า "พยายามช่วยรัฐบาลคิดอยู่ว่าจะมีช่องทางไหนได้บ้าง แต่ต้องบอกว่าหมดทางแล้ว ปี 2569 อาจจะต้องปิดงบไปโดยที่หลายหน่วยงานยังไม่ได้รับงบ แล้วไปตกเบิกในปีงบ 2570 ซึ่งก็น่ากังวลว่าจะไปซ้ำเติมสถานการณ์หากการจัดเก็บรายได้ไม่เข้าเป้า โดยเฉพาะภาษีเงินได้นิติบุคคลจากบริษัทห้างร้านที่ยอดขายตกลงในขณะนี้"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นางสาวศิริกัญญายังกล่าวถึงการจัดสรรงบประมาณปี 2570 ว่า พรรคประชาชนได้ตั้งสมมุติฐานไว้ก่อนว่าอาจมีการจัดสรรงบลงพื้นที่เฉพาะจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง หรือมีกระทรวงใดได้รับงบสูงผิดสังเกตเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง "สีน้ำเงิน" เช่นเดียวกับปี 2569 ที่บางหน่วยงานถูกลดงบ แต่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กลับได้งบเพิ่มขึ้นถึง 30%

จับตาโครงการ TH-AI Passport เฟส 2 วงเงิน 900 ล้านบาท

นางสาวศิริกัญญาเปิดเผยว่า พรรคประชาชนกำลังจับตาโครงการ TH-AI Passport เฟส 2 ซึ่งมีวงเงิน 900 ล้านบาท ในงบปี 2570 เนื่องจากในเฟส 1 รัฐบาลลงทุนไปแล้วถึง 1,600 ล้านบาท แต่ TOR ไม่ได้กำหนดให้กรรมสิทธิ์แพลตฟอร์มเป็นของรัฐ ทำให้กรรมสิทธิ์ตกเป็นของเอกชน หากเฟส 2 ได้ผู้รับเหมาเป็นรายใหม่ ก็ต้องเสียเงินทำแพลตฟอร์มใหม่อีกจนเกิดความซ้ำซ้อน หรือหากเป็นรายเดิมก็เท่ากับเป็นการล็อกสเปก และรัฐบาลอาจต้องเสียเงินเช่าแพลตฟอร์มเดิมในอนาคต ถือเป็นการไม่วางแผนโครงการให้ชัดเจน

เมื่อถามว่าประเด็นนี้จะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อล้มรัฐบาลเหมือนคดีจำนำข้าวในอดีตได้หรือไม่ นางสาวศิริกัญญากล่าวว่า โครงการ TH-AI Passport อยู่ในช่วงรวบรวมข้อมูล ซึ่งการดำเนินการทางกฎหมายจะทำควบคู่กันไปโดยไม่ต้องรอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งน่าจะเป็นช่วงสมัยประชุมหน้า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนถูกล้มในสภาด้วยโครงการทุจริต แต่มักจะชิงยุบสภาก่อน ดังนั้นฝ่ายค้านจึงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อนำข้อมูลข้อเท็จจริงมาโน้มน้าวและเปลี่ยนใจพรรคร่วมรัฐบาล ให้โหวตตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น มากกว่าการโหวตปกป้องตามพวกพ้องทางการเมือง