นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาจากนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ที่ระบุว่าการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นเพียงการสร้างภาพ และผู้ประกอบการยังคงถูกเก็บส่วย โดยนายพลพีร์ยืนยันว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนของผู้ประกอบการเกี่ยวกับส่วยที่เชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่การสร้างภาพหรือหิวแสงตามที่นายเฉลิมพงศ์กล่าวอ้าง
นายพลพีร์เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมการปกครองได้ตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและคลินิกรับคำขอเพื่อแก้ไขปัญหากฎหมายโรงแรมและสถานบริการ โดยมีเป้าหมายเพื่อปลดล็อกธุรกิจท่องเที่ยวและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการโรงแรมกว่า 700 รายที่ยื่นคำขอเปิดบริการและค้างอยู่ ซึ่งได้มอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเร่งดำเนินการ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินการอย่างถูกกฎหมาย ไม่ต้องหลบซ่อนหรือตกเป็นเหยื่อของการเรียกรับผลประโยชน์
การตรวจสอบและการช่วยเหลือควบคู่กัน
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวย้ำว่า การตรวจสอบยังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ โดยขอความร่วมมือจากประชาชนที่เคยอยู่ในวงจรส่วยให้ไว้วางใจกระทรวงมหาดไทยและเข้ามาแจ้งข้อมูลเพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหา ไม่จำเป็นต้องจ่ายส่วยให้ผู้ที่แสวงหาผลประโยชน์จากประเทศชาติ นอกจากนี้ การรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับนอมินีก็กำลังดำเนินการอยู่ โดยยืนยันว่ากระทรวงไม่ใช่ศาลเตี้ยที่จะตัดสินใครผิดถูกทันที แต่หากศาลฎีกาพิพากษาคดีที่ดินว่าผิด ก็จะเร่งดำเนินการถอดถอนโฉนดทันที ส่วนพื้นที่ที่อาจมีการออกเอกสารโดยมิชอบ ก็ได้เร่งรัดให้กรมที่ดินตรวจสอบโดยด่วน
ท้าทายให้เปิดหลักฐาน
นายพลพีร์ท้าทายให้สส.พรรคประชาชนเปิดหลักฐานว่าใครเป็นผู้เรียกรับส่วยและเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยกล่าวว่า “อย่ามากล่าวอ้างลอยๆ เพราะไม่เช่นนั้นการที่มากล่าวหาผมลงพื้นที่สร้างภาพ ท่านก็ไม่แตกต่างกันที่ค้านโดยไร้หลักฐาน มีแต่การกล่าวอ้าง เป็นฝ่ายค้านแบบสร้างภาพ” พร้อมย้ำว่าข้อมูลที่มีอยู่ต้องเปิดเผย หากไม่เอาออกมาก็เท่ากับไม่ช่วยเหลือภูเก็ต เพราะไม่มีใครรู้ดีเท่าคนภูเก็ต



