ความสัมพันธ์ระหว่างสองเครือข่ายการเมืองใหญ่ คือ “มุ้งเนวิน” (กลุ่มของเนวิน ชิดชอบ) และ “มุ้งอนุทิน” (กลุ่มของอนุทิน ชาญวีรกูล) กำลังแตกร้าวอย่างรุนแรง ล่าสุดมีการเปิดศึกงัดข้อกันในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นกระทรวงสำคัญที่มีอำนาจและงบประมาณมหาศาล
วิโรจน์ ชี้ถึงอันตรายที่คล้ายคลึงกับอดีต
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่าเป็นอันตรายต่อการเมืองไทย โดยเปรียบเทียบกับความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (บิ๊กตู่) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (บิ๊กป้อม) ที่เคยสร้างความแตกแยกภายในรัฐบาล
“ความขัดแย้งระหว่างสองมุ้งนี้คล้ายกับที่เราเคยเห็นระหว่างบิ๊กตู่กับบิ๊กป้อม มันเป็นอันตรายเพราะจะทำให้การบริหารราชการแผ่นดินติดขัด และอาจนำไปสู่การแตกหักทางการเมือง” วิโรจน์กล่าว
สาเหตุของความร้าวฉาน
สาเหตุหลักของความขัดแย้งมาจากการแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญต่างๆ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ซึ่งทั้งสองกลุ่มต้องการควบคุมเพื่อใช้เป็นฐานเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้า
นอกจากนี้ ยังมีความขัดแย้งในประเด็นนโยบาย เช่น การบริหารจัดการงบประมาณ และการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเนวินและอนุทินตึงเครียดมากขึ้น
ผลกระทบต่อการเมืองไทย
ความขัดแย้งครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และอาจทำให้การทำงานของกระทรวงมหาดไทยชะงักงัน โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงภายในและการเลือกตั้ง
นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า หากความขัดแย้งไม่ได้รับการแก้ไข อาจนำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรี หรือแม้กระทั่งการยุบสภา ซึ่งจะส่งผลต่อการเมืองไทยในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ประชาชนเริ่มตั้งคำถามถึงโครงการ “โตไปไม่โกง” ที่เคยเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล ว่ายังคงมีอยู่หรือไม่ หลังจากที่เกิดข่าวทุจริตในท้องถิ่นและผลไม้พิษที่ต้องถอนทุนคืน
แนวโน้มในอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ความขัดแย้งระหว่างสองมุ้งจะยังคงดำเนินต่อไป และอาจรุนแรงขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า เนื่องจากทั้งสองกลุ่มต้องการสร้างฐานเสียงและรักษาอำนาจ
อย่างไรก็ตาม ยังมีความหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถหาทางออกร่วมกันได้ โดยเฉพาะหากมีบุคคลกลางเข้ามาไกล่เกลี่ย เช่น นายกรัฐมนตรี หรือประธานรัฐสภา



