พริษฐ์ จี้ภูมิใจไทยจริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
พริษฐ์ จี้ภูมิใจไทยจริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

วันที่ 22 มิ.ย. 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ว่า พรรคประชาชนมีจุดยืนต้องการให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ระบุว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง แม้เราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าวและสร้างข้อจำกัดในการเดินหน้า สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง

การหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญให้ความชัดเจน

นายพริษฐ์ชี้แจงว่า คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ของสมาชิกวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการกิจการศาลฯ ของสภาผู้แทนราษฎรได้เข้าหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยดังกล่าว และเพื่อทวงคืนสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนในการมีส่วนร่วมเลือกตั้ง สสร. โดยผลการหารือประธานศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงว่า ประชาชนสามารถเลือกตั้ง สสร. ได้ ซึ่งในคำวินิจฉัยที่ 18/2568 เป็นเพียงการห้ามไม่ให้ประชาชนเลือกตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง ดังนั้นประชาชนสามารถเลือกตั้ง สสร. โดยตรงได้ โดย สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งอาจมีอำนาจในการแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างและพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ข้อกังวลและความชัดเจนของคำวินิจฉัย

นายพริษฐ์กล่าวถึงข้อกังวลว่าผลการหารือไม่เท่ากับคำวินิจฉัย แต่เป็นการขยายความคำวินิจฉัยเดิมที่มีความคลุมเครือ ทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นในการเดินหน้าต่อ แม้ในวันประชุมจะมีเพียงประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คน แต่ประธานศาลรัฐธรรมนูญย้ำว่าสิ่งที่อธิบายไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว แต่เป็นการอธิบายความเห็นของที่ประชุมร่วมกันของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดก่อนออกคำวินิจฉัยกลาง 18/2568

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การโต้แย้งของพรรคภูมิใจไทย

ส่วนกรณีที่ สส. จากพรรคภูมิใจไทยบางคนหยิบยกว่าการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2567 ซึ่งได้ข้อสรุปว่าทำประชามติ 2 รอบได้ แต่คำวินิจฉัยปี 2568 บอกว่าต้องทำ 3 ครั้ง นายพริษฐ์ย้ำว่าการโต้แย้งดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน ผลการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญในวันนั้นชัดเจนว่าสามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยทำประชามติแค่ 2 รอบได้ โดยรอบแรกต้องถาม 2 คำถาม ซึ่งสอดคล้องกับคำวินิจฉัย 18/2568

4 ประเด็นเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญ

นายพริษฐ์กล่าวถึงการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญหลังจากนี้แบ่งเป็น 4 ประเด็น คือ 1. พรรคประชาชนจะผลักดันให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% โดยนำข้อสรุปจากการหารือเข้าหารือกับที่ประชุม สส. พรรคประชาชนในวันพรุ่งนี้ว่าจำเป็นต้องปรับปรุงร่างที่ยื่นไปแล้วหรือไม่ 2. ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อให้กับร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนที่เสนอให้มีการเลือกตั้ง สสร. จากประชาชน 100% ขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 23,000 กว่ารายชื่อ ต้องให้ถึง 50,000 รายชื่อถึงจะส่งเข้าสู่รัฐสภา หวังว่าร่างของภาคประชาชนจะถูกพิจารณาในวาระ 1 พร้อมกับร่างของพรรคการเมือง

ข้อเรียกร้องถึงพรรคการเมืองและพรรคภูมิใจไทย

3. ขอให้พรรคการเมืองทุกพรรค โดยเฉพาะที่เคยประกาศจุดยืนสนับสนุน สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้มี สสร. จากประชาชน 100% ควรหารือภายในพรรคเพื่อทบทวนร่างของตนเอง 4. อยากสื่อสารกับพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากมี สส. หลายคนออกมาให้ความเห็น หากพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจที่จะเห็น สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง ควรนำข้อมูลใหม่จากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญไปพิจารณาและมาหารือร่วมกับทุกฝ่าย

“แต่หากพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจเดินหน้าโดยปฏิเสธข้อมูลใหม่ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุผลที่แท้จริง เป็นเพราะพรรคภูมิใจไทยมีธงไว้อยู่แล้วว่าต้องการฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือ เพื่อนำมาเป็นข้ออ้างในการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้ง สสร. ออกไป เพื่อทำให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกระบวนการที่ถูกผูกขาดโดยระบอบสีน้ำเงิน ที่จะสามารถผูกขาดในการเลือกผู้ร่างและผู้ชี้ขาดเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้” นายพริษฐ์กล่าว

การตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของพรรคภูมิใจไทย

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยยึดตามคำวินิจฉัย 18/2568 เราจะโต้แย้งอย่างไร นายพริษฐ์กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่าคำวินิจฉัยมีความคลุมเครือ ซึ่งเราพยายามขอความชัดเจน และในที่ประชุมมี สส. พรรคภูมิใจไทยร่วมประชุมด้วย ถ้าพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจจริง ควรจะมาประชุมร่วมกับพรรคการเมืองอื่นเพื่อออกแบบแนวทางเลือกตั้ง สสร. แต่สิ่งที่เห็นตลอด 2 วันที่ผ่านมาคือแกนนำพรรคภูมิใจไทยอย่างน้อย 3 คนเรียงคิวกันออกมาปฏิเสธความสำคัญของข้อมูลเหล่านี้ จึงอดสงสัยไม่ได้ว่ามีธงอยู่แล้วว่าไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง สสร. และพยายามเอาคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือมาเป็นข้ออ้างในการปัดตกเรื่อง สสร. เลือกตั้ง ทำให้สามารถออกแบบ สสร. ที่ผูกขาดการคัดเลือกผู้ร่างและการชี้ขาดเนื้อหาได้

ภาพใหญ่ของระบอบสีน้ำเงิน

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า “ถ้ามองภาพใหญ่ตอนนี้สิ่งที่ระบอบสีน้ำเงินต้องการคือต้องการระบบการเมืองที่เปิดช่องให้สามารถฮั้วกันได้ทั้งกระดาน ซึ่งเขาจะประสบความสำเร็จ 2 ทาง คือ 1. ทำอย่างไรก็ได้ให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะดุดหยุดลงและเราต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญปี 60 ซึ่งเป็นปุ๋ยชั้นดีของระบบการเมืองที่ฮั้วกันได้ทั้งกระดาน 2. หากต้องการให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าไปได้ เขาก็ต้องพยายามทำให้การเดินหน้านั้นอยู่บนเงื่อนไขที่เขาสามารถผูกขาดการคัดเลือกผู้ร่างและชี้ขาดเนื้อหาได้ ซึ่งรูปธรรมของสิ่งนั้นคือเนื้อหาของร่างเพิ่มเติมหมวด 15/1 ที่พรรคภูมิใจไทยเสนอเข้ามา”

ความแตกต่างในการเลือกตั้ง สสร. และผู้ยกร่าง

เมื่อถามว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่ที่ประชาชนสามารถเลือก สสร. ได้ แต่ไม่สามารถเลือกผู้ยกร่างได้ นายพริษฐ์กล่าวว่า ในฐานะพรรคประชาชนเราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยที่มีประโยคเติมเข้ามาว่าประชาชนไม่อาจเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ แต่เมื่อออกมาเช่นนี้ เราต้องทำอย่างไรให้ทวงคืนสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนในการมีส่วนร่วมเลือกตั้ง สสร. ให้ได้มากที่สุด คำตอบที่ได้รับคือประชาชนสามารถเลือกตั้ง สสร. โดยตรงได้ และเมื่อมี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งแล้วก็สามารถไปแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างอีกที ซึ่งเป็นการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนจากความเข้าใจเดิม

แนวทางหากตกลงกันไม่ได้

เมื่อถามว่าหากตกลงกันไม่ได้จำเป็นต้องเขียนคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่พรรคการเมืองอื่นจะดำเนินการอย่างไรต้องรอดูท่าทีของเขา