ปชน.รวมเสียง 37 สก.ส่ง 'เนอส' นั่งประธานสภา กทม. ย้ำวาระโปร่งใส
ปชน.รวมเสียง 37 สก.ส่ง 'เนอส' นั่งประธานสภา กทม.

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 พรรคประชาชน นำโดย นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพมหานคร, และนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ว่าที่ สก.เขตบางซื่อ พร้อมด้วยว่าที่ สก.พรรคประชาชน ว่าที่ สก.กลุ่มคนทำงาน รวมถึงแกนนำกลุ่มคนทำงาน อาทิ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ, นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง และนายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ร่วมแถลงข่าวประกาศวาระความร่วมมือเพื่อยกระดับการทำงานสภากรุงเทพมหานคร โดยมีมติสนับสนุนให้นางสาวภัทราภรณ์เป็นประธานสภา กทม.

ข้อตกลงร่วม 3 กลุ่ม สู่สภาโปร่งใส

ว่าที่ สก.ทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ พรรคประชาชน กลุ่มอิสระ และกลุ่มคนทำงาน ตกลงร่วมกันผลักดันวาระสร้างสภาโปร่งใส กระบวนการงบประมาณที่โปร่งใส โดยการร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร กำหนดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการสามัญและวิสามัญ เปิดเผยรายชื่อการลงมติ และเปิดเผยการเข้าประชุมของ สก. นอกจากนี้ จะร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร งบประมาณให้โปร่งใส ด้วยการเปิดเผยรายละเอียดงบประมาณโครงการ การจัดซื้อจัดจ้าง ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์สามารถอ่านและประมวลผลได้อัตโนมัติ ตั้งแต่กระบวนการจัดทำคำของบประมาณจนถึงการบริหารสัญญาหลังจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ ป้องกันการทุจริต

เพิ่มระยะเวลาตรวจสอบงบประมาณ 30 วัน

ข้อตกลงยังกำหนดให้เพิ่มระยะเวลาให้ สก.สามารถตรวจสอบงบประมาณก่อนเข้าสู่วาระที่ 1 ไม่น้อยกว่า 30 วัน และประธานคณะกรรมการวิสามัญงบประมาณรายจ่ายประจำปีต้องจัดให้มีเวลาพิจารณางบรายญัตติไม่น้อยกว่า 3 วัน โดยจะผลักดันข้อบังคับและข้อบัญญัติให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เลือก 'เนอส' เป็นประธานสภา คนที่ 26

หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองคะแนน สก. 37 คน (พรรคประชาชน กลุ่มคนทำงาน และกลุ่มอิสระ) จะร่วมเห็นชอบเลือกนางสาวภัทราภรณ์เป็นประธานสภา กทม.คนที่ 26 รวมถึงเห็นชอบให้นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัยเป็นรองประธานสภา กทม.คนที่ 1 และนางสาวนริสสร แสงแก้วเป็นรองประธานสภา กทม.คนที่ 2 เพื่อแบ่งหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบ ดูแลบริหารราชการ กทม.ของฝ่ายบริหาร

ตั้งคณะกรรมการรับมือ climate change

ทั้ง 37 คนจะเห็นชอบให้แก้ไขข้อบังคับการประชุมสภา กทม. เพื่อตั้งคณะกรรมการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เตรียมความพร้อมปรับตัว รับมือวิกฤติสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติของ กทม.อย่างยั่งยืน ตอบสนองสถานการณ์ทันท่วงที และสร้างความปลอดภัยให้คนกรุงเทพฯ มากขึ้น

อิสระทางความคิด ไม่ผูกมัด

นายศุภณัฐกล่าวว่า การแถลงข่าวร่วมกันเป็นการแสดงเจตจำนงของว่าที่ สก.ทั้ง 37 คน ที่จะร่วมผลักดันวาระสภาโปร่งใส ขับเคลื่อนการพิจารณางบประมาณให้โปร่งใส และสนับสนุนนางสาวภัทราภรณ์เป็นประธานสภา พร้อมย้ำว่าการถกเถียงในสภาเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกัน สมาชิกทุกคนมีอิสระในการแสดงความคิดเห็น สิ่งที่ประกาศร่วมกันคือข้อตกลงผลักดันให้สภา กทม.และกระบวนการงบประมาณโปร่งใสยิ่งขึ้น

เมื่อถามว่านอกจากวาระที่แถลงแล้ว การทำงานด้านอื่นต้องเป็นไปตามมติร่วมกันหรือไม่ นายศุภณัฐระบุว่า ในทางการเมืองเป็นเรื่องปกติที่จะดึงแต่ละฝ่ายมาร่วมผลักดันในแต่ละประเด็น แต่ สก.แต่ละคนและแต่ละกลุ่มมีจุดยืนแตกต่างกัน จึงอาจมีทั้งเรื่องที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ต้องพิจารณาเป็นรายประเด็น การรวมตัวครั้งนี้ไม่ใช่การจัดตั้งรัฐบาลหรือฝ่ายค้านที่ต้องเห็นพ้องทุกเรื่อง แต่เป็นการแสดงเจตจำนงร่วมกันผลักดันวาระที่ประกาศไว้เท่านั้น

พร้อมทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ ชัชชาติ

ส่วนการทำงานของกลุ่ม สก.37 คนกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. นายศุภณัฐระบุว่า ตนอาจตอบแทนทั้ง 37 คนไม่ได้ แต่พรรคประชาชนพร้อมทำงานร่วมกับผู้บริหารทุกคนที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชน การผลักดันวาระครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของนายชัชชาติที่ต้องการให้งบประมาณโปร่งใสและแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน โดยสิ่งที่ทั้ง 37 คนแสดงออกเป็นไปในทิศทางเดียวกับที่นายชัชชาติผลักดัน และตามที่นายชัยวัฒน์แถลงก่อนหน้านี้ พร้อมเปิดรับการสนับสนุนจากกลุ่ม สก.อื่นเพิ่มเติม

ตรวจสอบ 'ระบบอากง' อย่างเข้มข้น

สำหรับประเด็น 'ระบบอากง' ที่ถูกพูดถึงตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งสภา กทม.ชุดนี้จะเดินหน้าตรวจสอบหรือไม่ นายศุภณัฐกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของ สก.ทุกคนในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร เพราะสภา กทม.ไม่มีระบบรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน แต่เป็นการถ่วงดุลระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ หากมีประเด็นระบบอากง เชื่อว่าสก.ทุกคนจะไม่นิ่งดูดาย เพราะต่างได้รับเลือกตั้งจากประชาชนและพร้อมปกป้องภาษีของประชาชน

นายดวงฤทธิ์กล่าวเสริมว่า กลุ่มคนทำงานพร้อมสนับสนุนทุกเรื่องที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนกรุงเทพฯ และพร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดประโยชน์ของคนกรุงเทพฯ เป็นหลัก เพราะทุกคนมีเจ้านายคนเดียวกันคือประชาชนชาวกรุงเทพฯ

นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่ว่าจะเป็นระบบอากง อาม่า หรืออาแปะ หากมีประเด็นที่ทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใส ก็พร้อมตรวจสอบอย่างเข้มข้นในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ พร้อมยืนยันแทนกลุ่มสมาชิกว่า จะไม่ปล่อยให้เกิดความไม่โปร่งใสในกรุงเทพมหานครอย่างแน่นอน