ความขัดแย้งระหว่างสองกลุ่มการเมืองใหญ่ 'มุ้งเนวิน' และ 'มุ้งอนุทิน' กำลังทวีความรุนแรง ส่งผลกระทบถึงการทำงานของกระทรวงมหาดไทย (มท.) นายวิโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าสถานการณ์นี้มีอันตรายคล้ายคลึงกับความขัดแย้งระหว่าง 'บิ๊กตู่' และ 'บิ๊กป้อม' ในอดีต ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายต่อระบบราชการและความมั่นคงของประเทศ
จุดชนวนความขัดแย้ง
สาเหตุของความแตกร้าวเกิดขึ้นจากประเด็นการบริหารงานภายในกระทรวงมหาดไทย โดยทั้งสองฝ่ายต่างพยายามดึงอำนาจและควบคุมนโยบายสำคัญ นายวิโรจน์ กล่าวว่า 'การงัดข้อกันครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นสัญญาณอันตรายที่อาจทำให้ข้าราชการต้องเลือกข้าง ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน'
แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า ความขัดแย้งเริ่มชัดเจนขึ้นหลังการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญในกรมต่างๆ โดยฝ่ายของ 'เนวิน' และ 'อนุทิน' ต่างมีข้อเรียกร้องที่ขัดแย้งกัน ทำให้การตัดสินใจล่าช้าและเกิดความไม่พอใจในวงกว้าง
สถานการณ์ไฟใต้ปัตตานียังคุกรุ่น
ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและยะลา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา คนร้ายไม่ทราบกลุ่มได้ประกบยิงอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) เสียชีวิต 1 นาย ขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อำเภอเมืองปัตตานี
นอกจากนี้ ยังมีการวางระเบิดหน้าสถานศึกษาในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา ส่งผลให้โรงเรียนปอเนาะได้รับความเสียหาย และคนร้ายได้เผารถยนต์ของประชาชนอีก 2 คัน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านและนักเรียนในพื้นที่
ผลกระทบต่อความมั่นคง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้ แม้รัฐบาลจะพยายามเจรจาสันติภาพกับกลุ่มผู้เห็นต่าง แต่การก่อเหตุรุนแรงยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระบุว่า 'การแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และไม่ควรปล่อยให้ความขัดแย้งทางการเมืองระดับชาติมากระทบการทำงานในพื้นที่'
ด้านนายวิโรจน์ กล่าวเตือนว่า ความขัดแย้งระหว่างสองมุ้งการเมืองอาจทำให้การแก้ปัญหาไฟใต้ล่าช้า 'เพราะเมื่อผู้นำไม่เป็นเอกภาพ การทำงานในพื้นที่ก็จะไร้ประสิทธิภาพ'



