พรรคก้าวไกล ยื่นร่างพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ ฉบับประชาชน ต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2566 โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติคดีความทางการเมืองทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา หวังสร้างความปรองดองในชาติและเปิดทางให้ประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับก้าวไกล
นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมการนิรโทษกรรมคดีการเมืองทุกประเภท ตั้งแต่คดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไปจนถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือง และคดีที่เกิดจากการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่รวมถึงคดีอาชญากรรมทั่วไปหรือคดีทุจริต
ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้มีการตั้งคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติขึ้นมาทำหน้าที่พิจารณาคดีที่เข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรม โดยมีองค์ประกอบจากหลายภาคส่วน ทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายตุลาการ และภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับ
ย้ำไม่นิรโทษกรรมตัวเอง
นายชัยธวัช ยืนยันว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เป็นการนิรโทษกรรมให้แก่พรรคก้าวไกลหรือนักการเมืองในพรรค เนื่องจากพรรคก้าวไกลไม่ได้มีคดีทางการเมืองที่ต้องได้รับการนิรโทษกรรม แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกทางการเมืองสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้
“เราไม่ได้นิรโทษกรรมตัวเอง เพราะเราไม่มีคดีที่ต้องได้รับการนิรโทษกรรม แต่นักโทษการเมืองจำนวนมากยังติดคุกอยู่ เราต้องการให้พวกเขากลับบ้าน” นายชัยธวัช กล่าว
เป้าหมายเพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน
พรรคก้าวไกลระบุว่า การผลักดัน พ.ร.บ.ปรองดองเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของพรรค เพื่อยุติวงจรความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 20 ปี และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพัฒนาประชาธิปไตย
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับประชาชน ได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาชนและองค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่ง แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายที่มองว่ากฎหมายนี้อาจเป็นการล้มคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและอาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม
ความคืบหน้าในสภา
หลังยื่นร่างต่อสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการตรวจสอบและเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ก่อนที่จะมีการลงมติในวาระแรก



