นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 วิพากษ์วิจารณ์มาตรการลดราคาน้ำมันที่รัฐบาลประกาศใช้ โดยระบุว่าการลดราคาดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการปรับสูตรคำนวณราคาให้เป็นธรรมหรือการลดภาระภาษี แต่เป็นการใช้เงินประชาชนผ่านกองทุนน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสมกว่า 57,000 ล้านบาท และประชาชนต้องเป็นผู้จ่ายคืนเอง
รายละเอียดมาตรการลดราคาน้ำมัน
นายกรณ์อธิบายว่า กลุ่มดีเซลต้องใช้เงินกองทุนชดเชยเพิ่มขึ้น เช่น B7 เพิ่มจาก 0.19 บาทต่อลิตรเป็น 2.90 บาท และ B20 เพิ่มจาก 5.79 บาทเป็น 8.46 บาท ขณะที่กลุ่มเบนซินและโซฮอล์ลดการเก็บเงินเข้ากองทุน เช่น โซฮอล์ 95/91 ลดส่งเข้ากองทุนเหลือ 0.42 บาทจากเดิม 2.49 บาท ทั้งนี้ กองทุนน้ำมันฯ อยู่ในภาวะติดลบสะสมทะลุ 57,000 ล้านบาทจากการตรึงราคาในรอบก่อน ทำให้เมื่อราคาน้ำมันโลกลดลง คนไทยไม่ได้ประโยชน์ทันทีเพราะต้องใช้เงินชำระหนี้เก่า
รมว.พลังงานชี้แจงมีมาตรการคู่ขนาน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตอบคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวว่า มีการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อดึงประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่นอีกเกือบ 2,000 ล้านบาท รวมแล้วประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อมาชดเชยส่วนต่างราคา โดยจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาพรุ่งนี้ และกองทุนจะรับภาระวันเดียวเพื่อให้ราคาลงเร็ว
กรณ์ย้ำเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น
นายกรณ์ตอบกลับว่า ดีที่มีการแบ่งภาระจากผู้ประกอบการ แต่การลดราคาน้ำมันด้วยวิธีนี้ยังเป็นการแก้หน้างาน โดยอาศัยอำนาจตาม พรก. แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมัน พ.ศ. 2516 มากกว่าการปฏิรูปโครงสร้างที่ยั่งยืน เป็นธรรม และโปร่งใส ประชาชนยังรอคอยการปรับสูตรคำนวณราคาให้เป็นธรรมตามที่เคยหารือในสภาฯ



