"ไอติม" ชี้ชะลอร่างแก้รัฐธรรมนูญ เสี่ยงเสร็จไม่ทันปี 72
ไอติม ชี้ชะลอร่างแก้รัฐธรรมนูญ เสี่ยงเสร็จไม่ทันปี 72

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ถึงการเตรียมอภิปรายร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ว่าจะอภิปรายทั้งภาพรวมแต่ละกระทรวง และเจาะจงบางโครงการที่ใช้งบสูงหรือมีพิรุธด้านความโปร่งใส โดยเฉพาะโครงการ TH-AI Passport เฟส 2 ที่ถูกบรรจุในร่างงบประมาณ 2570 หลังจากเฟส 1 ใช้เงินกองทุน

จับตาโครงการ TH-AI Passport เฟส 2 และเมกะโปรเจกต์

นายพริษฐ์ระบุว่า ข้อสังเกตเรื่อง TH-AI Passport เฟส 1 ได้รับคำยืนยันจากปลัดกระทรวงในการประชุมคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ว่าจะมีเฟส 2 ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 จึงเป็นหนึ่งในโครงการที่จะเจาะจงอภิปราย

ส่วนร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 2569 เห็นตัวเลขการโอนงบฯ 69 วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่รัฐบาลตั้งเป้าโอน 8 หมื่นล้านบาท นายพริษฐ์กล่าวว่า รัฐบาลพูด 100 ทำ 10 ไม่เกินจริง เพราะรัฐบาลประกาศนโยบายต่อรัฐสภาต้นเมษายนว่าจะประหยัดงบไม่จำเป็นเพื่อช่วยประชาชนรับมือวิกฤตพลังงาน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

พิรุธทีโออาร์เมกะโปรเจกต์ อว.-ศธ.

นายพริษฐ์ชี้ว่า ไส้ใน พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 2569 ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่มีข้อสังเกตว่าอาจมีงบที่ริเริ่มจากรัฐบาลชุดก่อน รัฐบาลชุดนี้สามารถทบทวนได้ เช่น โครงการเมกะโปรเจกต์ยกระดับทักษะ Skill Credit Portfolio กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มูลค่า 5,400 ล้านบาท และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มูลค่า 1,600 ล้านบาท ซึ่งริเริ่มตั้งแต่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยบริหาร อว. กับ ศธ. ต้นปี 2568 ถูกบรรจุในร่างงบประมาณ 2569 และเคยอภิปรายทักท้วงไปแล้ว แต่พบข้อพิรุธทีโออาร์ โดยเฉพาะในส่วน อว. คล้ายคลึงกับ TH-AI Passport มีรายละเอียดในทีโออาร์ที่ถูกมองว่ากีดกันการแข่งขัน เอื้อให้เอกชนที่อาจรู้ข้อสอบมาก่อน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ชะลอร่างแก้รัฐธรรมนูญ เสี่ยงเสร็จไม่ทันปี 72

กรณีวิป 3 ฝ่ายพูดคุยชะลอวันพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อรอร่างภาคประชาชน นายพริษฐ์ระบุว่า วิปรัฐบาลตอบรับพร้อมให้ร่างภาคประชาชนเข้าร่วมกับร่างพรรคการเมืองในวาระ 1 หากเป็นเช่นนั้นตนไม่ขัดข้อง ประเด็นสำคัญคือข้อค้นพบใหม่ที่หารือกับประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่าคำวินิจฉัย 18/2568 ไม่ได้จำกัดสิทธิ์เสนอให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จากการเลือกตั้งของประชาชน พรรคประชาชนจะคุยกันในที่ประชุม สส. และยืนยันผลักดันร่าง สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% รอดูท่าทีพรรคอื่นว่าจะทบทวนร่างให้สอดคล้องหรือไม่

เมื่อถามว่าหากรอร่างภาคประชาชนอาจทำให้แก้รัฐธรรมนูญเสร็จไม่ทันปี 2572 นายพริษฐ์กล่าวว่า เรื่องกรอบเวลาต้องหารือกัน แต่เอาหลักการเป็นตัวตั้ง เพราะพรรคประชาชนและวิปรัฐบาลเห็นตรงกันอยากให้ร่างภาคประชาชนและพรรคการเมืองเสนอพร้อมกันในวาระ 1 หากก่อนปิดสมัยประชุมต้นกรกฎาคม หรือเปิดสมัยประชุมหน้าเดือนสิงหาคม ห่างกันประมาณ 6 สัปดาห์ ต้องเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ย้ำไม่มีอะไรหยุดยั้งฝ่ายค้านตรวจสอบ

นายพริษฐ์ยังกล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่บอกว่าปรากฏการณ์กับนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง ว่า ให้ประชาชนตัดสิน แต่ไม่มีอะไรหยุดยั้งการตรวจสอบรัฐบาล ขณะนี้มี 4 ประเด็นที่ตรวจสอบและเดินหน้าต่อไป คือ 1. คดีฮั้ว สว. 2. เรื่องที่ฝ่ายค้านและ สว. ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาให้ส่งศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการยกคำร้องคดีซุกหุ้นนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ต้องถามประธานรัฐสภาว่าจะส่งเรื่องหรือตัดตอนเมื่อไหร่ 3. กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะปลัดกระทรวงมหาดไทยจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิบดีกรมการปกครองเมื่อไหร่ 4. รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport หรือมีการทบทวนหรือยกเลิก