ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศ โดยล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้หารือทวิภาคีกับ H.E. Marina Elvira Calderone รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและนโยบายทางสังคมของสาธารณรัฐอิตาลี ระหว่างการประชุมใหญ่ประจำปีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILC) สมัยที่ 114 ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านแรงงานให้เป็นรูปธรรม
อิตาลีบรรจุไทยในร่างกฎหมาย Flows Decree
รองโฆษกฯ กล่าวว่า การหารือครั้งนี้เป็นพัฒนาการสำคัญ โดยรัฐบาลอิตาลีได้บรรจุประเทศไทยไว้ในร่างกฎหมายแรงงาน Flows Decree ซึ่งเป็นกลไกเปิดรับแรงงานต่างชาติอย่างถูกกฎหมาย เอื้อต่อการจ้างแรงงานไทยในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และบริการ ทั้งแบบตามฤดูกาลและทั่วไป จากการหารือก่อนหน้านี้ระหว่างกระทรวงแรงงานไทยกับเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ฝ่ายอิตาลีแสดงความสนใจรับแรงงานไทยสูงถึง 20,000-30,000 คนต่อปี ในสาขาที่ขาดแคลน เช่น เกษตรกรรม สาธารณสุข และบริการ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Decreto Flussi 2026-2028 ที่กำหนดโควตารับแรงงานนอกสหภาพยุโรปรวมกว่า 500,000 อัตรา
เร่งจัดทำ MOU เพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงาน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ขอรับการสนับสนุนจากอิตาลีเพื่อเร่งรัดการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านแรงงานระหว่างสองประเทศให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานอย่างถูกกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงโดยนายหน้าเถื่อน พร้อมยกระดับการคุ้มครองสิทธิแรงงาน สวัสดิการ และสภาพการจ้างงานตามมาตรฐานสากล
ขยายความร่วมมือ 4 ประเด็นสำคัญ
ในการหารือ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องขยายความร่วมมือใน 4 ประเด็น ได้แก่ การพัฒนาอาชีวศึกษาและศูนย์ฝึกแรงงานร่วม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านระบบบำนาญชราภาพ การคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการครอบครัว และการเพิ่มโอกาสจัดส่งแรงงานไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานยุโรป นอกจากนี้ ไทยยังแสดงความสนใจศึกษารูปแบบการศึกษาเชิงเทคนิคและระบบการศึกษาทวิภาคี (Dual-Track Education) ของอิตาลี ซึ่งเชื่อมโยงภาคการศึกษาเข้ากับภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับทักษะฝีมือแรงงานไทยให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานสมัยใหม่ รวมถึงแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน ตลอดจนแนวคิด “สิทธิในการตัดการเชื่อมต่อ” (Right to Disconnect) เพื่อคุ้มครองลูกจ้างไม่ให้ถูกบังคับทำงานนอกเวลา
อิตาลีตลาดแรงงานสำคัญของไทยในยุโรป
หากการจัดทำ MOU แล้วเสร็จตามเป้าหมาย อิตาลีจะกลายเป็นตลาดแรงงานสำคัญของคนไทยในยุโรป ท่ามกลางความต้องการแรงงานต่างชาติที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคเกษตร สุขภาพ และบริการ ซึ่งขาดแคลนแรงงานในหลายพื้นที่ ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงเปิดประตูสู่โอกาสการทำงานของแรงงานไทย แต่ยังสะท้อนบทบาทของไทยในฐานะแหล่งแรงงานคุณภาพที่ได้รับความเชื่อมั่นจากประเทศคู่ค้าระดับสากล



