นทท.แห่เที่ยวชมซากุระบานที่เชียงใหม่คึกคัก
นทท.แห่เที่ยวชมซากุระบานที่เชียงใหม่คึกคัก

ดอกซากุระพันธุ์นางพญาเสือโคร่งที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ กำลังเบ่งบานเต็มที่ในช่วงฤดูหนาวปี 2568 ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เดินทางมาชมความงามอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากถึงวันละ 3,000-5,000 คน สร้างบรรยากาศคึกคักตลอดทั้งวัน

จุดชมวิวซากุระยอดนิยม

จุดชมดอกซากุระที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือบริเวณแปลงทดลองปลูกซากุระของสถานีฯ ซึ่งมีต้นนางพญาเสือโคร่งอายุ 10-15 ปี จำนวนกว่า 300 ต้น เรียงรายตามแนวสันเขา สีชมพูอ่อนของดอกไม้ตัดกับท้องฟ้าสีครามและภูเขาสีเขียว สร้างทัศนียภาพที่สวยงามตระการตา นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นตามเส้นทางธรรมชาติ หรือนั่งรถรางชมรอบสถานีฯ

นางสาวสมใจ ใจดี หัวหน้าสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เปิดเผยว่า “ดอกซากุระปีนี้บานเร็วกว่าปกติประมาณ 2 สัปดาห์ เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน คาดว่าจะบานไปจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2568” ทำให้เป็นโอกาสดีที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความงามของซากุระในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชน

การท่องเที่ยวที่คึกคักส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของชุมชนโดยรอบ โดยเฉพาะร้านค้า ร้านอาหาร และที่พักในพื้นที่อำเภอฝางและแม่อาย นายอำเภอฝาง รายงานว่า ร้านค้าชุมชนมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 30-40 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่โรงแรมและรีสอร์ทในพื้นที่มียอดจองห้องพักเต็มเกือบ 100% ในช่วงวันหยุด

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น ตลาดนัดชุมชน การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เช่น ชา กาแฟ และผักเมืองหนาว ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว

เจ้าหน้าที่สถานีฯ แนะนำให้นักท่องเที่ยวเตรียมเสื้อกันหนาวเนื่องจากอุณหภูมิบนดอยต่ำถึง 8-12 องศาเซลเซียสในช่วงเช้า และควรเดินทางถึงสถานีฯ ก่อนเวลา 10.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงรถติดและหาที่จอดรถสะดวก สำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายภาพ แนะนำให้มาในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่แสงสวยที่สุด

ทั้งนี้ สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 50 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท โดยรายได้ส่วนหนึ่งนำไปสนับสนุนโครงการวิจัยและพัฒนาการเกษตรของสถานีฯ