เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 1/2569 ว่า ที่ประชุมมีมติร่วมกันตั้งเป้าหมายระยะยาว มุ่งขับเคลื่อนให้ไทยสู่ประเทศรายได้สูง (High-income country) ภายใน 12 ปี ส่วนเป้าหมายระยะปานกลาง คือ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้ไทยติด Top 20 ของโลกภายในปี 2573 และยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจ (Potential Growth) ให้สูงกว่า 3% โดยปัจจุบันศักยภาพเศรษฐกิจอยู่ที่ 2.7%
4 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
นายเอกนิติ กล่าวว่า การประชุม กรอ. ครั้งนี้จะขับเคลื่อนด้วยทีมเวิร์ก โดยภาครัฐและเอกชนร่วมกันตั้งเป้าหมาย ประกอบด้วย กองหลัง มุ่งวินัยการเงินการคลัง รักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ เพื่อให้นักลงทุนเชื่อมั่นและมีภูมิคุ้มกันเพียงพอจากความผันผวนของโลก กองกลาง หรือโครงสร้างพื้นฐาน ต้องมีไฟฟ้า น้ำ พลังงานสะอาด AI กฎหมายที่ชัดเจน และแรงงานมีทักษะ ส่วนกองหน้า ในการหารายได้ มี 7 สาขาหลักที่ไทยเข้มแข็ง ได้แก่ 1. เกษตรและอาหาร 2. ยานยนต์ (มุ่งสู่ยานยนต์แห่งอนาคต) 3. อิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล 4. ยาและสุขภาพ 5. ท่องเที่ยว 6. การค้าขาย 7. เศรษฐกิจสร้างสรรค์
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจประกอบด้วย 4 Pillars ได้แก่ Pillars 1 การลงทุนใหม่ ตั้งเป้าสัดส่วนการลงทุนใกล้เคียง 30% ของจีดีพีภายใน 4 ปี (ปัจจุบันอยู่ที่ 22%) โดยดำเนินการ Future Investment Hub FastPass, AI&Digital Hub, Financial Hub, Green Hub, Smart Automotive Hub Pillars 2 ด้านการค้าและบริการ ประกอบด้วย Tourism & Wellness Hub, เกษตรและความมั่นคงทางอาหาร, เศรษฐกิจสร้างสรรค์, ค้าปลีก/ค้าส่ง, การค้าระหว่างประเทศ Pillars 3 ทุนมนุษย์ ได้แก่ Strategic R&D for New Growth Engines, STEM & Future Workforce Platform, Innovation & Startup Hub, Skill Acceleration for Existing Workforce, AI Literacy & AI Manpower Pillars 4 ประสิทธิภาพภาครัฐ ประกอบด้วย Digital Gov, Ease of Doing Business, เพิ่มความโปร่งใส, ปรับโครงสร้างภาครัฐ, บริหารทรัพย์สินสาธารณะ
เป้าหมายรายได้ต่อหัวและความท้าทาย
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ปัจจุบันรายได้เฉลี่ยต่อหัวของไทยอยู่ที่ 8,000-9,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ประเทศรายได้สูงอยู่ที่ประมาณ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ “12 ปีเชื่อว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวของไทยจะเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว แต่จะขยับเป็นประเทศที่มีรายได้สูงหรือไม่ โดย ณ วันนี้ ประเทศรายได้สูงอยู่ที่ 15,000 ดอลลาร์ อีก 12 ปีข้างหน้าก็จะปรับขึ้นอีก ก็อยู่ที่เราที่จะต้องทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้สูงกว่านี้ เพื่อให้รายได้ต่อหัวเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โลกการค้าปัจจุบันเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาครัฐต้องเร่งปรับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ โดยวางเป้าหมายเชิงรุกด้านการค้า การส่งออก การเกษตร และการท่องเที่ยว ให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 4 ปี “สิ่งที่เราต้องทำคือ มุ่งเป็นศูนย์กลางการค้าเสรี มี FTA สำคัญที่พยายามปิดให้ได้ เช่น ยุโรป ข้อตกลงสหรัฐฯ และข้อตกลงกับประเทศอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างเจรจา ทั้งแคนาดา สหราชอาณาจักร เพื่อให้การส่งออกของไทยไม่ได้พึ่งพากลุ่มประเทศใดประเทศหนึ่ง”
การปรับโครงสร้างการค้าและการท่องเที่ยว
ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ส่งออกรวมกว่า 30,000 ราย แต่โครงสร้างรายได้หลักกระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่เพียง 7,000 ราย ขณะที่ SME กว่า 22,000 รายยังไม่สามารถสร้างรายได้อย่างเต็มศักยภาพ ภาครัฐจึงเตรียมปรับกลยุทธ์กระจายรายได้และโอกาสเติบโตสู่ SME และชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 4 ปี สำหรับภาคเกษตรกรรม มีแนวทาง 2 ระยะ คือ ระยะสั้นเร่งแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาดและผลผลิตไม่ตรงตามความต้องการ พร้อมออกมาตรการเยียวยา ระยะยาวปรับปรุงโครงสร้างภาคการเกษตร มุ่งเน้นการแปรรูปและยกระดับผลผลิตให้ตอบโจทย์ตลาดโลก พร้อมเปิดตลาดใหม่เพื่อวางตำแหน่งให้ไทยเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหาร (Food Security Hub) ของภูมิภาคและของโลกภายใน 4 ปี
ด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จะเปลี่ยนผ่านจากเน้นปริมาณนักท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูง มีคุณภาพ ยั่งยืน โดยบูรณาการร่วมกันหลายกระทรวง ชูจุดเด่นด้านความปลอดภัยและนำสิ่งดี ๆ ของประเทศออกไปนำเสนอ ผสานเศรษฐกิจมูลค่าสูง เช่น อาหาร (Gastronomy) และเศรษฐกิจชุมชน เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
การปรับปรุงกฎหมายและพัฒนากำลังคน
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เผยว่า จะเร่งแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเตรียมนำเสนอรายการกฎหมายที่ต้องปรับปรุงเร่งด่วน เปลี่ยนบทบาทภาครัฐจากผู้ควบคุมกฎเป็นผู้ตรวจการและอำนวยความสะดวก เพื่อให้ภาคเอกชนดำเนินงานได้คล่องตัว นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ต้องเร่งพัฒนากำลังคนของประเทศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะขั้นสูง (High Skills) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ การปรับตัวของแรงงานเดิม และการวางรากฐานด้าน AI ให้กับคนไทยทั้งประเทศ พร้อมสร้างกำลังคนด้าน AI ขั้นสูง
การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะ
ที่ประชุม กรอ. ยังได้เห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะ ดังนี้ 1. คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธาน 2. คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นประธาน 3. คณะอนุกรรมการด้านการยกระดับทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาเทคโนโลยี โดยมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธาน 4. คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นประธาน โดยให้คณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะ จัดทำประเด็นการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ จัดลำดับความสำคัญ Quick Big Win และ Big Win กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด พร้อมแผนดำเนินงานและรายงานต่อ กรอ. ทุก 2 เดือน



