วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ช่วงค่ำที่ร้านอาหาร MOON RIVER จังหวัดนนทบุรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้นัดหมายคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ ประกอบด้วย นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ในฐานะโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ร่วมโต๊ะพูดคุยกับสื่อมวลชนประจำกระทรวง เพื่อชี้แจงรายละเอียดและเคลียร์ใจต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้น
ยันไม่หายไปไหน แค่เน้นงานมากกว่าสร้างภาพ
นางศุภจีกล่าวยืนยันหนักแน่นว่า ตนเองยังคงปฏิบัติราชการและทำงานขับเคลื่อนกระทรวงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นที่เนื้อหาของงานและผลลัพธ์มากกว่าการสร้างภาพลักษณ์ เนื่องจากหน้างานของกระทรวงมีความหลากหลาย ตั้งแต่การดูแลเกษตรกรระดับรากหญ้า การตลาดภายในประเทศ ไปจนถึงการเจรจาการค้ากับต่างประเทศ แต่ที่ผ่านมาอาจเกิดความเข้าใจผิดว่าตนหายไป เนื่องจากก่อนหน้านี้ใช้วิธีมอบหมายให้อธิบดีกรมต่างๆ หรือโฆษกกระทรวงฯ เป็นผู้แถลงชี้แจงแทน
“ดิฉันไม่ได้หายไปไหนค่ะ ยังคงทำงานต่อเนื่องทุกวันเพราะงานพาณิชย์มีมิติที่ต้องดูแลกว้างขวางมาก แต่อาจจะบกพร่องเรื่องการสื่อสารไปบ้าง เพราะก่อนหน้านี้เน้นมอบหมายให้ระดับอธิบดีหรือโฆษกเป็นคนพูด ซึ่งตอนนี้เข้าใจแล้วว่าน้ำหนักอาจไม่เท่ากับรัฐมนตรีมาชี้แจงเอง หลังจากนี้ดิฉันพร้อมปรับตัวและจะทำงานควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์ข่าวสารของกระทรวงพาณิชย์ให้บ่อยขึ้นค่ะ” นางศุภจี กล่าว
ยอมรับบกพร่องประชาสัมพันธ์ พร้อมปรับตัวเชิงรุก
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยอมรับถึงข้อบกพร่องในมิติการประชาสัมพันธ์ว่า การที่ระดับรัฐมนตรีออกมาชี้แจงด้วยตนเองจะสร้างความชัดเจนและมีน้ำหนักมากกว่า ดังนั้นหลังจากนี้จึงพร้อมปรับตัวโดยทำงานควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์เชิงรุก และพร้อมชี้แจงผ่านหน้าสื่อด้วยตนเองให้มากขึ้น
นอกจากประเด็นเคลียร์ใจแล้ว นางศุภจียังได้เปิดเผยถึงทิศทางเศรษฐกิจและมาตรการดูแลปากท้องประชาชนในปัจจุบัน โดยระบุว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศเริ่มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง และกระทรวงคมนาคมได้ประกาศปรับลดอัตราค่าโดยสารสาธารณะรวมถึงค่าขนส่งบางส่วนแล้ว
เดินหน้ามาตรการควบคุมราคาสินค้าเข้มงวด
ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ยังคงดำเนินมาตรการควบคุมราคาสินค้าอย่างเข้มงวด เพื่อให้ราคาสินค้าในท้องตลาดสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงและเกิดความเป็นธรรมต่อผู้บริโภคมากที่สุด โดยตนได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเปิดโต๊ะเจรจากับผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อให้ส่งเอกสารรายละเอียดโครงสร้างต้นทุนมาให้กระทรวงตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนราคาใดๆ
ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ใช้วิธีจัดแคมเปญลดราคาสินค้าสลับประเภทเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้ประชาชนมาตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน และหลังจากนี้จะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อราคาสินค้าและพลังงานโลกไม่ให้ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของคนไทยเพิ่มเติม



