พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความยินดีและชื่นชมนักกีฬาทีมชาติไทยที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ประเทศกัมพูชา โดยสามารถคว้าเหรียญทองได้ถึง 127 เหรียญ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ
นายกฯ ชื่นชมผลงานนักกีฬาไทย
พลเอก ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผลงานของนักกีฬาทุกคนเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจและความสามารถของคนไทย รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนการพัฒนากีฬาทุกระดับอย่างต่อเนื่อง” โดยนายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการกีฬาในการสร้างความสามัคคีและเสริมสร้างสุขภาพของประชาชน
การแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ ทีมชาติไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 800 คน ใน 38 ชนิดกีฬา โดยสามารถคว้าเหรียญรวมทั้งหมด 282 เหรียญ แบ่งเป็น เหรียญทอง 127 เหรียญ เหรียญเงิน 97 เหรียญ และเหรียญทองแดง 58 เหรียญ ส่งผลให้ไทยอยู่อันดับที่ 2 ของตารางเหรียญรวม รองจากประเทศเวียดนาม
กีฬาที่ทำเหรียญทองสูงสุด
ชนิดกีฬาที่ทำเหรียญทองให้กับไทยมากที่สุด ได้แก่ กรีฑา 14 เหรียญทอง ว่ายน้ำ 12 เหรียญทอง และยิงปืน 10 เหรียญทอง นอกจากนี้ยังมีกีฬาใหม่ๆ ที่ไทยสามารถคว้าเหรียญทองได้ เช่น เซปักตะกร้อลอดห่วง และวูซู
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลมาจากการวางแผนและพัฒนานักกีฬาอย่างเป็นระบบ ทั้งในระดับเยาวชนและระดับอาชีพ รัฐบาลจะยังคงเดินหน้านโยบายสนับสนุนกีฬาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่”
การสนับสนุนจากรัฐบาล
รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อการกีฬาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาสนามกีฬาและอุปกรณ์การฝึกซ้อม รวมถึงการส่งเสริมให้มีผู้ฝึกสอนที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังมีโครงการส่งเสริมนักกีฬาเยาวชนเพื่อสร้างฐานนักกีฬาในอนาคต
นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งสมาคมกีฬา ผู้ฝึกสอน และครอบครัวของนักกีฬาที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ยังได้ให้กำลังใจนักกีฬาที่พลาดเหรียญรางวัลให้กลับมาสู้ใหม่ในการแข่งขันครั้งต่อไป
มุมมองต่ออนาคตกีฬาไทย
ผลงานในซีเกมส์ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับกีฬาไทย ก่อนที่จะมีการแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น เช่น เอเชียนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ โดยหลายฝ่ายคาดหวังว่าไทยจะสามารถรักษามาตรฐานและพัฒนาไปสู่ระดับโลกได้
นายกสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การคว้า 127 เหรียญทองเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าวงการกีฬาไทยกำลังไปในทิศทางที่ถูกต้อง แต่เรายังต้องปรับปรุงอีกหลายด้าน โดยเฉพาะการจัดการเรื่องสารต้องห้ามและการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจของนักกีฬา”



